Monday, November 29, 2004

ความว่างเปล่าจากการรอคอย

ไม่รู้ว่าคนที่รอคอยแต่ละคนมีความหวังกับสิ่งที่พวกเขารอคอยมากน้อยเพียงใด แต่ตราบใดที่พวกเขายังรอคอย แสดงว่าความหวังของพวกเขายังไม่จางหายไป
ในแต่ละวันของการรอคอย บางคนต้องใช้ความอดทนมาก แต่บางคนรู้สึกเฉยๆกับมัน มันขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่พวกเขารอคอยนั้นมีความหมายมากแค่ไหน มันจะเปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตของเขา หรือมันเป็นเพียง แค่บทสั้นๆบทหนึ่งในหน้าของชีวิตที่ผ่านมาแล้วเลยผ่านไป บางคนก็ไม่รู้ว่ารอคอยไปเพื่ออะไร เพียงแค่รอไปตามสัญชาติญาณเท่านั้น
บางคนหวังเพียงแค่จะได้สิ่งที่รอคอยจนลืมนึกว่า ถึงแม้ไม่ได้มันมา เราก็ได้อะไรบางอย่างไปแล้ว เราได้รอ เราได้อดทน เราได้ความว่างเปล่าที่มันดูเหมือนจะไม่มีค่า แค่มันกลับมีค่ามหาศาล มันคือเครื่องยืนยันว่าเราไม่ท้อแท้ เราไม่สิ้นหวัง ความว่างเปล่านั้นทำให้เราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เราได้มาเติมเต็มชีวิตมากขึ้น ความว่างเปล่านี้ทำให้เรามองย้อนไปและคิดว่า ถ้าเราคิดเสียว่าเราไม่ได้รอคอย ไม่ได้หวัง มันก็ไม่ผิดหวัง และเมื่อสิ่งที่เรารอคอยคือความว่างเปล่า แล้วได้สิ่งอื่นมาก็เหมือนเป็นของขวัญกำนัลเรา
แต่เราก็คือมนุษย์วันยังค่ำ ไม่สามารถละวางจากความหวังได้ เราเกิดมาเพื่อหวัง และเพื่อรอคอย เป็นเฟืองตัวจ้อยของจักรกลจักรวาลที่ยังคงต้องหมุนไปอยู่ทุกวานวัน

Monday, November 22, 2004

การตามหาความมีตัวตน

ไม่รู้ว่าการมีตัวตนบนโลกใบนี้ มันคืออะไรกันแน่ ถ้าเป็นเพียงแค่การที่คนอื่นสัมผัสได้ด้วยประสาทรับรู้ทั้งหลายของมนุษย์ เราทุกคนก็คงมีตัวตนกันหมด แต่มันง่ายอย่างนั้นจริงหรือ
ภายในใจของหลายคนกลับคิดว่าการมีตัวตนคือการมีคนรู้จัก มีบทสนทนากับผู้คน มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆที่ผ่านไปมา หรือแม้กระทั่งมีคนพูดถึง ระลึกถึง ถ้าหากวันใดคนที่รู้จักเรา จากไปจนหมด ก็ไม่เหลือการมีตัวตนอีกต่อไป ถึงแม้เราจะรู้สึกได้ถึงร่างกายที่ยังเคลื่อนไหว ถึงลมหายใจและความมีชีวิตของเรา แต่เมื่อเราจากไปสุดท้ายทุกสิ่งก็ว่างเปล่า มีอีกอย่างที่สามารถทำให้ความมีตัวตนของเราคงอยู่ต่อไปได้ คือการสร้างสิ่งที่ทำให้คนกล่าวขาน สร้างตำนานที่จารึกไว้ในบทใดบทหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะได้อยู่ในหนังสือเหล่านั้น บางคนยอมแลกทุกสิ่งเพียงเพื่อให้ถูกจดจำได้ เพื่อให้คนพูดถึง ให้คนเล่าเรื่องราวของเขาต่อๆไปทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นวีรบุรุษหรือผู้ร้ายก็ตาม แต่นั่นก็เป็นเพียงการมีตัวตนในจินตนาการของใครคนหนึ่ง หรือเป็นตัวละครในหนังสือเล่มหนึ่ง เป็นเรื่องเล่าของใครบางคน เราจะหายไปอีกครั้งเมื่อเขาเหล่านั้นเล่าจบหรืออ่านจบ และมีตัวตนอีกครั้งเมื่อคนเหล่านั้นเล่าใหม่วนเวียนไปเช่นนี้ หรือเราอาจจะมองในแง่ดีได้ว่าตัวตนบางส่วนของเราเข้าไปอยู่ในความทรงจำของคนเหล่านั้นต่อไปและเติบโตอยู่ในคนเหล่านั้น เราไม่ได้หายไปไหน แต่เรากลาย เราเปลี่ยนรูปไป นี่หรือเปล่านะ กลไกของธรรมชาติที่ทำให้เราแสวงหาการมีคนรู้จัก การได้รักสักคน การสร้างชื่อเสียงและเกียรติยศ มีบางคนทำได้ บางคนก็ทำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม มันเหมือนเป็นเครื่องมือช่วยผลักดันให้จักรวาลดำเนินไปอย่างมีสีสัน อย่างสวยงามและเป็นระบบระเบียบ เป็นแรงผลักดันให้มนุษย์ต่อสู้ เพื่อเอาชนะการสาปสูญ เพื่อให้รู้สึกว่าการเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆในจักรวาลอันกว้างใหญ่นั้นไม่ได้ไร้ค่า

Sunday, November 21, 2004

ที่ใหม่ คนเก่า

นี่คือที่ใหม่ของคนเก่าๆแบบผม เรื่องราวในที่แห่งนี้อาจไม่ตรงตามลำดับเวลา มันไม่อาจเรียกได้ว่าเป็น diary แม้ว่ามันมีเรื่องราวอยู่บ้าง

เหตุการณ์ในแต่ละวันของคนแต่ละคนมันผ่านไปทุกวัน บางอย่างก็ซ้ำ บางอยากก็เป็นสิ่งแปลกใหม่ แต่ละวันของคนก็มีสิ่งมากมายให้จดจำ
คนส่วนใหญ่บันทึกเรื่องราวของเขาลงในสิ่งที่เรียกว่า Diary ผมก็จะทำเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ผมจะบันทึกสิ่งที่ผมคิด สิ่งที่ผมรู้สึก
เพราะมันก็สะท้อนให้เห็นถึงเหตุการณ์รอบตัวผมได้พอๆกัน และบางครั้งผมอยากจะเก็บมันไว้ ให้รู้ว่า ครั้งหนึ่งเราเคยคิด เคยรู้สึก หรือ
เคยฝันแบบนี้
ผมจะเขียนมันให้บ่อยที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ จะถ่ายทอดเรื่องราวทุกสิ่งเท่าที่นึกออก
ลงในหน้านี้ ที่ซึ่งเป็น "ตัวแทนของด้านจินตนาการ" ของคนอย่างผม

ของเก่า จากที่เก่า

18 มิถุนายน 2547 เวลาอีก 6 นาทีจะ 11 นาฬิกา18/06/2004 10:54 AM
ชีวิตมันจะมีจุดเปลี่ยนผันไม่วันใดก็วันหนึ่ง ช่วงนี้ชีวิตผมมันก็เปลี่ยนผันพอดี โลกยังเป็นใบเดิม ผมยังเป็นคนเดิม แต่กิจวัตรประจำวันของผมเปลี่ยนไปแต่บางอย่างมันก็คงสภาพของมันอยู่อย่างนั้น บางอย่างก็ยากที่จะเปลี่ยน รู้เพียงแต่ว่าเราจะดำเนินชีวิตไปตามหนทางที่มันจะควรเป็นไปให้ดีที่สุดโลกนี้มันสวยงามจัง เรื่องราวมากมาย ผู้คนมากมายผ่านไปมาในชีวิตทุกๆคนอย่างสลับซับซ้อน ชีวิตมันสนุกเหลือเกินเราไม่รู้ว่าวันนี้และพรุ่งนี้เราจะเจออะไร เราไม่รู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไรมีเรื่องอีกเป็นหมื่นเป็นล้านอย่างที่เราไม่รู้และไม่สามารถเรียนรู้ได้หมดในช่วงระยะเวลาชีวิตเล็กๆของมนุษย์ตัวเล็กๆคนหนึ่งในจักรวาลอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ บางครั้งคนเราคิดว่าชีวิตมันยุ่งยาก โลกมันวุ่นวาย แต่ถ้าเรามองกว้างออกไปเราจะเห็นจัรวาลอันยิ่งใหญ่และเงียบสงบ ความยุ่งเหยิงเหล่านั้นมันเป็นเรื่องน้อยนิด ความเครียด เสียใจ ดีใจ ก็เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ เทียบไม่ได้เลยกับเวลาที่จักรวาลดำเนินผ่านมาและกำลังจะผ่านไปแต่เวลาเล็กๆนี้มันก็เหมาะสมกันแล้วกับชีวิตเล็กๆอย่างพวกเรา บางเวลาบางเหตุการณ์ที่มีคุณค่า ที่น่าประทับใจ มากมาย เก็บอยู่ในความทรงจำตลอดเวลา เป็นไปได้ไหมว่าจริงๆแล้วถึงแม้เราสิ้นลมหายใจแต่ความทรงจำมิได้สูญสิ้นไปกับลมหายใจเราด้วย เพียงแต่มันเปลี่ยนรูปและบันทึกเก็บไว้ในที่ใดที่หนึ่ง ที่สักวันจะมีคนอีกคน หรือ สิ่งมีชีวิตอื่นรับรู้ความสวยงามของความทรงจำเหล่านั้นได้อีกครั้ง
17 กุมภาพันธ์ 2547 เวลาบ่ายสาม 45 นาที17/02/2004 3:45 PM
คนเราตัดสินว่าดีหรือเลวด้วยอะไรกันน้า มันมีคำว่าดีหรือเลวอยู่จริงๆหรือ หรือมันเป็นเพียงแค่สิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นชอบและไม่ชอบแล้วกำหนดกฏเกณฑ์ขึ้นมา ว่าแบบนั้นดี แบบนี้ไม่ดี ถ้าเป็นอย่างนั้นคงอาจมีโลกคู่ขนานกับเราที่มีกฏเกณฑ์ที่ตรงกันข้าม คนเราตัดสินว่าอะไรๆมีคุณค่าได้ยังไงน้า หรือเพียงเพราะสิ่งนั้นมีประโยชน์กับเราหรือเราชอบเท่านั้นอย่างไหนชอบหรือให้คุณก็บอกว่ามีค่าอย่างไหนเกลียดหรือให้โทษก็บอกว่าไร้ค่าผมไม่รู้ว่าผมมีคุณค่ากับใครต่อใครหรือเปล่า แล้วก็เช่นกันผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองไร้ค่าต่อใครหรือเปล่า รู้แต่เพียงว่าผมรู้สึกว่าตัวเองมีค่าแค่เพียงบางเวลา ผมรู้สึกว่าตัวเองพอจะมีคุณค่าสำหรับพ่อและแม่ และสำหรับบางคนที่มาขอความช่วยเหลือ เท่าที่ผมรู้สึกก็มีเพียงเท่านี้ บางครั้งผมรู้สึกว่าคุณค่าในตัวเองหายไปเพียงชั่วพริบตา เช่นเมื่อผมหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ใครต่อใคร แต่เขาคนนั้นกลับมีที่พึ่งที่ดีกว่า แต่มันก็เป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบ ผมไม่เสียใจกับเหตุการณ์เหล่านั้นหรอก มันเป็นเพียงสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น เราไม่สามารถช่วยอะไรใครๆได้ทุกอย่าง ค่าในตัวผมมันอาจมีอยู่แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องมีคนเห็นตลอดเวลานี่นา เหมือนกันความงามของสิ่งมีค่าเช่นเพชรพลอย (ที่หลายๆคนเค้าว่างามนั่นแหละ) มันก็มีของมันอยู่อย่างนั้นไม่ได้หายไปไหน แต่เพียงบางเวลาเราไม่ได้ไปใส่ใจกะมันเท่านั้นเองบางสิ่งก็ดูล้ำค่าเสียเหลือเกิน บางครั้งผมพยายามมองสิ่งเหล่านั้นในแง่ลบ ในแง่ร้าย แต่ก็จนปัญญา คล้ายๆกับว่ามุมมองในหัวใจเรามันยากที่จะเปลี่ยน เช่นเดียวกันกับมันยากที่จะลบล้างเรื่องราวในอดีตนั่นแหละ ไม่ต่างกันนัก
19 ธันวาคม 2546 เวลา 10 นาฬิกาเป๊ะ12/19/2003 10:00 AM
โลกใบนี้ใหญ่เหลือเกิน มีหลากชีวิตดำเนินไปพร้อมๆกันอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดก็ดำเนินไปตามหนทางของมันเอง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องบังเอิญหรือมีอะไรสักอย่างกำหนดไว้ ผมแค่เพียงเป็นอยู่ในแบบของผม เป็นอย่างที่ผมเป็น ก็คงจะเพียงพอแล้วกระมัง สำหรับชีวิตเล็กๆในโลกใบใหญ่นี้
15 ธันวาคม 2546 เวลาตี 4 21 นาที12/15/2003 4:21 AM
โลกนี้มีสีสันเยอะดี แม้บางสีในชีวิตของเราจะขาดไป เราไม่มีโอกาสได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของมัน แต่การรับรู้ถึงความมีอยู่ก็ยังพอบอกเราได้ว่า โลกนั้นสวยงามมากมาย นี่ขนาดสีสันไม่ครบยังสวยได้ถึงเพียงนี้- บางทีเราก็อยากแสวงหาความเรียบง่ายบ้าง ไม่ต้องตกแต่ง โล่งๆ ซื่อๆ เหมือนกับหน้านี้ จะเป็นที่สำหรับเขียนเวลาเราอยากเขียนเป็นที่สำหรับถ่ายทอดความคิดความรู้สึกและเรื่องราวบางอย่างที่สักวันมันอาจเลือนหายไปจากความทรงจำ