Monday, December 27, 2004

ไม่มีใครล่วงรู้วันพรุ่งนี้

วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม 2547 เมื่อวานเกิดคลื่นยักษ์ซัดเข้าฝั่งทางด้านทะเลอันดามัน ตอนใต้ของไทยและอีกหลายประเทศในแถบนี้ เกิดความเสียหายเป็นอันมาก
ผู้คนมากมายล้มตาย สูญหาย หรือไม่ก็บาดเจ็บ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของหายนะอันเฉียบพลันเยี่ยงนี้ มันเกิดขึ้นเสมอโดยเราไม่ทันตั้งตัว
ครั้งนี้มันไม่ใช่ฝันร้ายแต่มันคือความจริงอันโหดร้ายของใครหลายคน เราไม่มีทางรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร พรุ่งนี้เราจะสูญเสียใครสักคนที่เรารักไปหรือเปล่า แม้กระทั่งตัวของเราเองก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าเราจะจากโลกใบนี้ไปเมื่อใด ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนสักอย่าง ทุกอย่างมันมีความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งเหล่านี้เหมือนคอยเตือนเราว่าจะทำสิ่งใดให้รีบทำ เวลาของมนุษย์ในโลกนี้มันสั้นนัก ที่สำคัญธรรมชาติให้เวลาแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่สุดท้ายแล้วทุกคนก็ต้องจากไปเหมือนกันหมด ไม่มีใครฝืนสิ่งนี้ได้ แม้โลกนี้มันจะสวยงามหรือโหดร้ายอย่างไรก็ตาม เราก็ไม่มีทางอยู่ค้ำฟ้า ถ้ามองในแง่ดีคือเราไม่ต้องทนทุกข์กับโลกอันวุ่นวายนี้ชั่วนิรันดร์ ต้องมีสักวันที่เราหลุดพ้นจากมันไป
สำหรับคนที่ยังอยู่มันก็ต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง เราไม่ได้อยู่เพียงเพื่อเสียใจกับการจากไปของเขาเหล่านั้นเพียงอย่างเดียวเป็นแน่ ธรรมชาติคงมีเหตุผลในการมีชีวิตต่อไปของเรา เราจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด ใช้ชีวิตในแบบของเราอย่างเต็มที่ และทำประโยชน์แก่โลกบ้างตามวิสัย
ท้ายที่สุดเราหวังแต่เพียงว่าผู้จากไปจะพบกับสิ่งที่ดี เราไม่รู้เช่นกันว่าโลกหน้าเป็นอย่างไรกันแน่ โลกหน้าที่แต่ละคนวาดฝันไว้ก็คงแตกต่างกันไป ขอให้พวกเขาเหล่านั้นได้พบความสุขอันเขาได้ฝันใฝ่ และอยู่ในโลกหน้าในแบบที่เขาต้องการด้วยเถอะ

Monday, December 13, 2004

กฎที่รายรอบกรอบที่หลายหลาก

ในทุกๆแห่งทุกๆที่ย่อมมีกฎมีกรอบ ที่คอยฉุดชักนำให้คนในสังคมดำเนินไปตามครรลองและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ว่าที่แห่งนั้นจะเล็กหรือใหญ่ จะมีคนมากน้อยเพียงไร หากมันไร้เส้นจำกัดเหล่านี้ก็มักจะนำพาไปสู่หายนะหรือความล่มสลายทั้งสิ้น
กฎคือสิ่งที่บังคับให้ต้องทำหรือห้ามทำ หากเราผิดต่อกฎกลุ่มคนผู้ตั้งกฎและผู้ร่วมใช้กฎก็จะหยิบยื่นสถานะของคนชั่วให้แก่เรา ตราหน้าว่าเป็นสิ่งเลวร้าย และอาจไม่สามารถอยู่ร่วมกับพวกเขาได้อีก ในขณะที่กรอบเป็นเหมือนสิ่งที่ชี้แนะแกมบังคับ มันไม่ถึงกับมีรูปแบบตายตัวแต่ก็สามารถเห็นได้ชัด เพราะมันเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยึดถือและทำตามด้วยกันทั้งนั้น คนที่ไม่ทำตามก็คือคนประหลาด คนทั่วไปอาจยอมคบหากับคนประหลาดบ้าง แต่มักจะเพียงผิวเผิน ไม่มีใครยอมอยู่ใกล้และชิดเชื้อกับคนประหลาดเท่าใดนัก เพราะเขาเหล่านั้นไม่อยากจะเป็นคนประหลาดไปด้วย ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ในบางครั้งคนประหลาดกับคนชั่วก็ไม่ต่างกันนัก
่กฎและกรอบจะมีความหมายอะไรถ้าไม่มีใครทำตามเลยสักคน กฎและกรอบก็จะหายสาปสูญไปเหมือนไม่เคยมีอยู่ ่ในมุมกลับกัน ถ้าทุกคนปฏิบัติตามกฎกันหมด ทุกคนอยู่ในกรอบกันหมด กฎและกรอบก็เหมือนจะไม่จำเป็นอีกต่อไป
แต่ตราบใดที่ยังมีทั้งคนที่ทำตามและคนที่ฝ่าฝืน กฎมันก็ยังคงดำรงอยู่อย่างนั้น หรือบางทีกฎและกรอบอาจเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นเหมือนกับกฎของจักรวาล เหมือนดังกฎแรงโน้มถ่วง กฎของสสาร ดังที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบแล้วหรืออีกมากมายที่ยังไม่มีใครค้นพบ แต่กฎและกรอบที่เราพูดถึงกันนี้ได้ถูกสร้างผ่านชีวิตเล็กๆอย่างพวกเราแทน ไม่ว่าจะเป็นกฎในที่ใดก็ตาม มันล้วนแล้วแต่มีเหตุผลในตัวของมันเอง มันมีอยู่เพื่อรักษาสมดุล เพื่อคัดเลือก และเพื่อแต่งแต้มให้จักรวาลมีสีสันน่าอยู่ เมื่อจักรวาลน่าอยู่ เราก็เห็นคุณค่าแห่งการมีชีวิตและดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ที่จะดำเนินชีวิตต่อไป จักรวาลก็สามารถรักษาความเป็นอยู่อันดูเหมือนจะเป็นนิจนิรันดร์ของมันไว้ได้ มันพึ่งกันและกันเยี่ยงนี้เรื่อยไปชั่วกัปชั่วกัล

การรอคอยปาฏิหาริย์

ในชีวิตเรามีอะไรหลายอย่างให้ลุ้น ให้รอคอยมากมาย มีหลายๆอย่างที่เรายังลุ้นและรอคอยแม้ความเป็นไปได้มันช่างน้อยนิดนัก แต่ก็มีบางครั้งเช่นกันที่ความเป็นไปได้อันน้อยนิดนั้นมันข้ามผ่านจากเขตแดนแห่งความฝันมาสู่ความโลกแห่งความจริง เรามักเรียกสิ่งนี้ว่า "ปาฏิหาริย์"
บางคนที่พบปาฏิหาริย์เป็นว่าเล่นหรือปาฏิหาริย์ที่เกิดนั้นไม่ได้พลิกผันชีวิตเขาให้มันแตกต่าง อาจมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นความบังเอิญที่เป็นผลดีแก่เขาก็เท่านั้น แต่บางคนมองความบังเอิญเช่นนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากมันพลิกชีวิตเขา มันเหมือนได้เกิดใหม่ เพราะมันพาเขารอดพ้นจากวันคืนที่เลวร้ายหรือจากความรู้สึกราวดำดิ่งลงสู่นรก
คนที่ไม่เชื่อในปาฎิหาริย์เลยคงเป็นคนเก่ง เขาคงเข้มแข็ง และมีปัญญาพอจะดิ้นรนทำสิ่งที่เขาต้องการทุกอย่างเหล่านั้นด้วยตัวของเขาเอง แต่คนที่เชื่อและรอคอยปาฏิหาริย์เหมือนกับคนไร้หนทางเขาเฝ้ารอเทพธิดาหรือยอดมนุษย์แวะผ่านมาให้ความช่วยเหลือ บางครั้งผมก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น แม้ความเป็นจริงและเหตุผลที่เข้มข้นในสมองของเรามันคอยย้ำอยู่เสมอว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็อดไม่ได้ที่จะหวัง เราเกิดมาเพื่อหวัง เพื่อฝัน และเพื่อรอบางสิ่ง ถึงแม้ความจริงจะดูเลวร้ายและโหดร้าย อย่างน้อยความหวังและปาฏิหาริย์ที่อาจจะเป็นได้แค่ในโลกแห่งจินตนาการก็สามารถทำให้เราชื้นใจได้ และมีกำลังใจที่จะทำอย่างอื่นในชีวิตต่อไป

Friday, December 03, 2004

หัวใจที่ถูกกัดกิน

ด้วยความแข็งแกร่งของคนที่อดทนกับปัญหา อดทนกับความเจ็บช้ำ อดทนกับสิ่งที่เลวร้ายที่มากระทบอยู่อย่างไม่ขาดสาย ทำให้เขายังยืนอยู่อย่างนั้นไม่ล้ม เขาเองคือคนที่ปลอบคนอื่นๆอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแต่ไม่เคยได้รับการปลอบเพราะเขาไม่เคยอ่อนแอให้คนอื่นเห็น ความอ่อนแอของพวกเขาเหล่านั้นนั้นมันฝังลึกอยู่ในก้นบึ้งแห่งหัวใจ
บางคนเมื่อเขาร้องไห้ความกังวลใจและระทมทุกข์ก็พลันมลายหายไปพร้อมรอยน้ำตา แต่คนที่อดทนกับสิ่งเหล่านั้นได้มักจะไม่ร้องไห้ออกมา น้ำตามันเอ่อล้นอยู่ในหัวใจต่างหาก เขาเก็บมันไว้อย่างนั้นครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่มีใครเห็น มันกัดกินเขาจากภายใน หัวใจเขากร่อนลงทุกวัน ความเศร้าโศกที่ถูกพัดพามาตกตะกอนและทับถมก่อตัวกันมันมากมายเกินกว่าที่คนทั่วไปจะรับไหว บางคนอาจกลัวสิ่งเหล่านี้และหนีมันไปด้วยการฆ่าตัวตาย มีเพียงคนที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงเท่านั้นที่กล้าหาญพอที่จะเผชิญกับมันต่อไป ระบายให้ใครสักคนฟัง และหาที่พึ่งที่จะพอจะเข้าใจและเป็นที่พักใจให้เขาได้
สักวันพวกเขาคงสามารถสลัดตะกอนที่ทับถมเหล่านั้นออกไปได้บ้าง อาจจะด้วยตัวของเขาเองหรือด้วยความช่วยเหลือของใครสักคน ไม่มีอะไรที่ยั่งยืนหรอกกระมัง หัวใจของเขาคงไม่ได้ถูกกัดกินตลอดไป คงมีสักวันที่มันจะถูกรักษา และหวังว่าสำหรับคนเหล่านั้นคงจะได้เจอวันของเขาในเร็ววันก่อนที่หัวใจของพวกเขาจะถูกกัดกินจนหมดสิ้น