เสี้ยวเล็กๆของเวลา
ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตมนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่งนั้นแสนจะเรียบง่ายเสียเหลือเ กิน แม้มีเหตุการณ์อันตื่นเต้น ระทึกใจ น่าหวาดกลัว หรือประทับใจผ่านเข้ามาบ้าง แต่มันก็มักเป็นเพียงเสี้ยวเวลาเล็กๆของชีวิตทั้งหมด ช่วงเวลาเหล่านั้นแม้จะสั้นเพียงใด มันมักจะถูกจดจำได้อย่างแม่นยำมากกว่ารายละเอียดปลีกย่อยในชีวิตประจำวันอัน แสนราบเรียบ แม้เวลาผ่านไปนานแสนนานมันก็ยากที่จะเลือนหายไปจากความทรงจำ ไม่ว่าเสี้ยวแห่งเวลาที่สำคัญเหล่านั้นมันจะเป็นสิ่งดีหรือร้าย แต่มันสามารถหันเหและชักนำเราได้ มันอาจจะเปลี่ยนความคิดและสร้างมุมมองใหม่ อาจจะเป็นสิ่งเตือนใจ และเป็นวัตถุดิบดีๆสำหรับชีวิตในวันข้างหน้า
ถ้ามองอีกด้าน จะเห็นได้ว่าคนเรามักจะมองว่าช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นสั้นเสมอ ในขณะที่เสี้ยวเวลาแห่งความทุกข์และเจ็บปวดกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานกว ่าส่วนอื่นๆของชีวิตทั้งหมด ผมรู้สึกว่าบางทีถ้าเราเปิดใจยอมรับมัน หรือทำเป็นชินชากับความทุกข์เหล่านั้นและเฝ้าบอกตัวเองว่าอีกไม่นานมันก็ผ่า นไป จงอดทนเข้มแข็งไว้ มันก็คงพอจะช่วยให้ความทุกข์นั้นบรรเทาลงบ้าง ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ก็จะพลิกเป็นช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ของเรา เมื่อถึงช่วงแห่งความสุขเราก็จะมองกลับมาอย่างภาคภูมิใจว่า เราผ่านจุดนั้นมาได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ระเบิดหัวตัวเองทิ้งไปเสียก่อน แล้วเมื่อเราสุขก็ไม่กระหยิ่มยิ้มย่องและเพลินกับสุขเสียจนลืมว่ามันก็ผ่านม าและผ่านไปได้ง่ายๆเช่นกัน เหมือนกับว่าเราจะต้องวางตัวเป็นกลางทำตัวเป็นปกตให้เหมือนกับเมื่อเวลาชีวิ ตเราราบเรียบเป็นปกติ อย่าไปยินดียินร้ายกับสถานการณ์รอบการให้มาก แค่เพียงรับรู้ว่ามันมีตัวตน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปคงจะเพียงพอ เพราะคงไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้เท่าความไม่เที่ยงแท้เป็นแน่
โลกใบนี้ก็อยู่ มานานแล้ว พบและเจอเหตุการณ์มากมายหลายหลาก สิ่งมีชีวิตทั้งหลายอย่างพวกเราก็เป็นส่วนหนึ่งของเวลาของโลก อาจเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของเวลา ไม่รู้ว่าโลกจะแตกสลายเมื่อใด แต่ในขณะที่มันยังคงอยู่นั้นมันก็ได้รองรับชีวิตและเรื่องราวมากมายของชีวิต เหล่านั้น สักวันพวกเราก็อาจจะหายไปกันหมดโลกใบนี้ก็อาจจะหายไปด้วยแต่ภาพความทรงจำของมวลชีวิตเหล่านี้ ก็อาจจะถูกจารึกไว้ในที่ใดสักแห่ง ที่สักวันจะมีใครค้นเจอและรับรู้ถึงความสวยงามที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้
ถ้ามองอีกด้าน จะเห็นได้ว่าคนเรามักจะมองว่าช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นสั้นเสมอ ในขณะที่เสี้ยวเวลาแห่งความทุกข์และเจ็บปวดกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานกว ่าส่วนอื่นๆของชีวิตทั้งหมด ผมรู้สึกว่าบางทีถ้าเราเปิดใจยอมรับมัน หรือทำเป็นชินชากับความทุกข์เหล่านั้นและเฝ้าบอกตัวเองว่าอีกไม่นานมันก็ผ่า นไป จงอดทนเข้มแข็งไว้ มันก็คงพอจะช่วยให้ความทุกข์นั้นบรรเทาลงบ้าง ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ก็จะพลิกเป็นช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ของเรา เมื่อถึงช่วงแห่งความสุขเราก็จะมองกลับมาอย่างภาคภูมิใจว่า เราผ่านจุดนั้นมาได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ระเบิดหัวตัวเองทิ้งไปเสียก่อน แล้วเมื่อเราสุขก็ไม่กระหยิ่มยิ้มย่องและเพลินกับสุขเสียจนลืมว่ามันก็ผ่านม าและผ่านไปได้ง่ายๆเช่นกัน เหมือนกับว่าเราจะต้องวางตัวเป็นกลางทำตัวเป็นปกตให้เหมือนกับเมื่อเวลาชีวิ ตเราราบเรียบเป็นปกติ อย่าไปยินดียินร้ายกับสถานการณ์รอบการให้มาก แค่เพียงรับรู้ว่ามันมีตัวตน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปคงจะเพียงพอ เพราะคงไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้เท่าความไม่เที่ยงแท้เป็นแน่
โลกใบนี้ก็อยู่ มานานแล้ว พบและเจอเหตุการณ์มากมายหลายหลาก สิ่งมีชีวิตทั้งหลายอย่างพวกเราก็เป็นส่วนหนึ่งของเวลาของโลก อาจเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของเวลา ไม่รู้ว่าโลกจะแตกสลายเมื่อใด แต่ในขณะที่มันยังคงอยู่นั้นมันก็ได้รองรับชีวิตและเรื่องราวมากมายของชีวิต เหล่านั้น สักวันพวกเราก็อาจจะหายไปกันหมดโลกใบนี้ก็อาจจะหายไปด้วยแต่ภาพความทรงจำของมวลชีวิตเหล่านี้ ก็อาจจะถูกจารึกไว้ในที่ใดสักแห่ง ที่สักวันจะมีใครค้นเจอและรับรู้ถึงความสวยงามที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้

