น้ำใจ
คุณมีน้ำใจหรือเปล่า
น้ำใจเป็นอะไรที่ใครก็อยากได้และเฝ้าคอยว่าจะมีคนมาหยิบยื่นให้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าบางคนที่ต้องการน้ำใจกลับไม่เคยจะหยิบยื่นให้คนอื่นๆก่อนโดยไม่หวังผลตอบแทน หรือเขาต้องรอใครสักคนมาจุดประกายความศรัทธาในน้ำใสใจจริงในใจเสียก่อนจึงเริ่มคิดหยิบยื่นน้ำใจที่เที่ยงแท้ให้คนอื่นบ้าง
คุณค่าของน้ำใจขึ้นอยู่กับผู้ให้และสถานการณ์ ถ้าเขาได้น้ำใจมาดับร้อนยามที่ไฟฟอนแห่งความเดือดร้อนแผดเผาใจกาย น้ำใจนั้นคงเป็นดั่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชุบชีวิตและเยียวยาให้ชีวิตเขาดำเนินต่อไปได้ มันคงมีค่ามากมายเกินคณานับ ถ้าน้ำใจนั้นได้มาจากคนแปลกหน้าผู้ผ่านมาแล้วผ่านไปมิหวังสิ่งใดตอบแทนก็ทำให้ประทับใจได้เช่นกันเพราะมันเหมือนย้ำความเชื่อในใจเราว่า ท่ามกลางสังคมอันมืดหม่นยังมีแสงสว่างเรื่อๆจากคนดีเหล่านี้อยู่ แต่น้ำใจจากคนแปลกหน้าอาจถูกมองในมุมกลับ บางคนอาจระแวงเพราะเขาคิดว่าไม่มีโลกที่สวยงามขนาดที่ใครสักคนจะหยิบยื่นน้ำใจให้ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งใด เขาคิดว่าคนเหล่านั้นต้องการสิ่งตอบแทนหรือไม่ก็มีประสงค์ร้าย มันก็อาจจะจริงแต่ก็ไม่เสมอไป บางคนอาจมีความสุขกับการได้ช่วยเหลือผู้อื่นและสิ่งที่เขาต้องการตอบแทนก็มีเพียงรอยยิ้มจากผู้รับเท่านั้น
ผมก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่พยายามหยิบยื่นน้ำใจให้กับคนทุกคนเท่าที่ผมมีปัญญา "เท่านี้"ที่ผมทำได้ แต่ไอ้คำว่า"เท่านี้"ของผมมันคงน้อยไปสำหรับใครหลายๆคน เขาเหล่านั้นถึงตราหน้าผมว่า "คนแล้งน้ำใจ" หลายครั้งที่เขาพูดออกมาตรงๆ และอีกหลายครั้งที่เขาแสดงอาการที่ใครๆเห็นก็ต้องรู้ ผมไม่ใช่เทวดาที่สามารถนิรมิตรสรรพสิ่งให้ทั้งหญิงชายได้สมอารมณ์หมาย ผมมิใช่ผู้บรรลุธรรมชั้นสูงที่ตัดแล้วซึ่งกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง ผมคือคนธรรมดาที่บางครั้งก็แสดงสัญชาติญาณความเห็นแก่ตัวออกมาบ้าง สัญชาติญาณอันนี้มันเป็นเหมือนเงาตามตัวของมนุษย์เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางโลกและสังคมที่มีการแก่งแย่งแข่งขันไม่เว้นวัน บางครั้งเราควบคุมมันให้อยู่ในส่วนลึกและใช้ปัญญาตัดสินได้ แต่บางครั้งมันกลับโดดเด่นและทะยานอยู่เหนือเราจนเกิดกว่าจะต้านทานกำลังมันไหว ต้องปล่อยใจแพ้พ่ายและทำตามมันไปอย่างไร้ทางเลือก
ยามที่มีคนมาขอความช่วยเหลือ ผมจะพยายามช่วยเขาให้ถึงที่สุด เท่าที่หนึ่งสมองและสองมือนี้พอจะทำได้ แต่ก็มีหลายครั้งที่ผมทำได้ แต่กลับปล่อยปละละเลยไป เมื่อมีคนบางคนผ่านมาเห็น ก็ทำสีหน้าแสยงต่อความแล้งน้ำใจของผมและช่วยคลายปัญหาของผู้มาขอความช่วยเหลือนั้นด้วยตัวเขาเอง และเมื่อร้อนคลายหายทุกข์คนที่ช่วยแก้ปัญหานั้นก็จะมองกลับมาที่ผมด้วยสายตาเย้ยหยันหมิ่นหยาม คุกคามส่วนที่จะพอมีมนุษยธรรมในใจผม สีหน้าและสายตาของเขาเป็นเหมือนเสียงตะโกนก้องในใจผมว่า "เราไม่ต้องพึ่งแกก็ได้ ไอ้คนแล้งน้ำใจ"
ผมก็เป็นได้แค่นี้ ไม่ใช่คนดีของใครๆสักเท่าไร ช่วยใครได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้หรือผมหมดแรงกายแรงใจก็ปล่อยวางเสีย
"เท่านี้"แหละที่ผมทำได้ คงจะดีที่สุดแล้ว...รึเปล่านะ
น้ำใจเป็นอะไรที่ใครก็อยากได้และเฝ้าคอยว่าจะมีคนมาหยิบยื่นให้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าบางคนที่ต้องการน้ำใจกลับไม่เคยจะหยิบยื่นให้คนอื่นๆก่อนโดยไม่หวังผลตอบแทน หรือเขาต้องรอใครสักคนมาจุดประกายความศรัทธาในน้ำใสใจจริงในใจเสียก่อนจึงเริ่มคิดหยิบยื่นน้ำใจที่เที่ยงแท้ให้คนอื่นบ้าง
คุณค่าของน้ำใจขึ้นอยู่กับผู้ให้และสถานการณ์ ถ้าเขาได้น้ำใจมาดับร้อนยามที่ไฟฟอนแห่งความเดือดร้อนแผดเผาใจกาย น้ำใจนั้นคงเป็นดั่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชุบชีวิตและเยียวยาให้ชีวิตเขาดำเนินต่อไปได้ มันคงมีค่ามากมายเกินคณานับ ถ้าน้ำใจนั้นได้มาจากคนแปลกหน้าผู้ผ่านมาแล้วผ่านไปมิหวังสิ่งใดตอบแทนก็ทำให้ประทับใจได้เช่นกันเพราะมันเหมือนย้ำความเชื่อในใจเราว่า ท่ามกลางสังคมอันมืดหม่นยังมีแสงสว่างเรื่อๆจากคนดีเหล่านี้อยู่ แต่น้ำใจจากคนแปลกหน้าอาจถูกมองในมุมกลับ บางคนอาจระแวงเพราะเขาคิดว่าไม่มีโลกที่สวยงามขนาดที่ใครสักคนจะหยิบยื่นน้ำใจให้ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งใด เขาคิดว่าคนเหล่านั้นต้องการสิ่งตอบแทนหรือไม่ก็มีประสงค์ร้าย มันก็อาจจะจริงแต่ก็ไม่เสมอไป บางคนอาจมีความสุขกับการได้ช่วยเหลือผู้อื่นและสิ่งที่เขาต้องการตอบแทนก็มีเพียงรอยยิ้มจากผู้รับเท่านั้น
ผมก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่พยายามหยิบยื่นน้ำใจให้กับคนทุกคนเท่าที่ผมมีปัญญา "เท่านี้"ที่ผมทำได้ แต่ไอ้คำว่า"เท่านี้"ของผมมันคงน้อยไปสำหรับใครหลายๆคน เขาเหล่านั้นถึงตราหน้าผมว่า "คนแล้งน้ำใจ" หลายครั้งที่เขาพูดออกมาตรงๆ และอีกหลายครั้งที่เขาแสดงอาการที่ใครๆเห็นก็ต้องรู้ ผมไม่ใช่เทวดาที่สามารถนิรมิตรสรรพสิ่งให้ทั้งหญิงชายได้สมอารมณ์หมาย ผมมิใช่ผู้บรรลุธรรมชั้นสูงที่ตัดแล้วซึ่งกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง ผมคือคนธรรมดาที่บางครั้งก็แสดงสัญชาติญาณความเห็นแก่ตัวออกมาบ้าง สัญชาติญาณอันนี้มันเป็นเหมือนเงาตามตัวของมนุษย์เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางโลกและสังคมที่มีการแก่งแย่งแข่งขันไม่เว้นวัน บางครั้งเราควบคุมมันให้อยู่ในส่วนลึกและใช้ปัญญาตัดสินได้ แต่บางครั้งมันกลับโดดเด่นและทะยานอยู่เหนือเราจนเกิดกว่าจะต้านทานกำลังมันไหว ต้องปล่อยใจแพ้พ่ายและทำตามมันไปอย่างไร้ทางเลือก
ยามที่มีคนมาขอความช่วยเหลือ ผมจะพยายามช่วยเขาให้ถึงที่สุด เท่าที่หนึ่งสมองและสองมือนี้พอจะทำได้ แต่ก็มีหลายครั้งที่ผมทำได้ แต่กลับปล่อยปละละเลยไป เมื่อมีคนบางคนผ่านมาเห็น ก็ทำสีหน้าแสยงต่อความแล้งน้ำใจของผมและช่วยคลายปัญหาของผู้มาขอความช่วยเหลือนั้นด้วยตัวเขาเอง และเมื่อร้อนคลายหายทุกข์คนที่ช่วยแก้ปัญหานั้นก็จะมองกลับมาที่ผมด้วยสายตาเย้ยหยันหมิ่นหยาม คุกคามส่วนที่จะพอมีมนุษยธรรมในใจผม สีหน้าและสายตาของเขาเป็นเหมือนเสียงตะโกนก้องในใจผมว่า "เราไม่ต้องพึ่งแกก็ได้ ไอ้คนแล้งน้ำใจ"
ผมก็เป็นได้แค่นี้ ไม่ใช่คนดีของใครๆสักเท่าไร ช่วยใครได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้หรือผมหมดแรงกายแรงใจก็ปล่อยวางเสีย
"เท่านี้"แหละที่ผมทำได้ คงจะดีที่สุดแล้ว...รึเปล่านะ

