Tuesday, December 05, 2006

รากฐานของความอดทน

บางครั้งก็คิดๆไปว่าความสามารถในการยืนหยัดของต้นไม้ก็คล้ายๆกับขีดจำกัดของความอดทน บางต้นก็มีรากลึกมั่นคง แม้พายุจะโหมผ่านก็ยังคงหนักแน่นไม่ล้มเอนพ่ายแพ้ แต่บางต้นเพียงแค่มีลมแรงพัดผ่านก็ไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้เสียแล้ว ซึ่งดูเหมือน "ราก" จะเป็นปัจจัยสำคัญอยู่เบื้องหลังความสามารถนี้ ด้วยเหตุที่รากนั้นแตกแขนงอยู่ภายใต้ผืนดิน ทำให้เรามองไม่เห็นและมักจะหลงลืมมันไป กว่าจะนึกขึ้นได้ว่ามันสำคัญขนาดไหนก็เมื่อต้นไม้ล้มโค่นจนมองเห็นรากที่ขาดวิ่นจากผืนดินเสียแล้ว

รากของต้นไม้แต่ละต้นจะแข็งแรงคงทนต่างกันขึ้นอยู่กับพันธุ์ไม้ แต่ไม่ใช่มีเพียงแต่รากเท่านั้น สถานที่ปลูก และการบำรุงรักษาก็มีผลต่อการยืนหยัดอยู่ได้ไม่แพ้กัน คงคล้ายกับคนที่มีพื้นฐานที่แตกต่างกันพบเจอสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไป แต่ถึงจะแตกต่างเพียงไร แต่เป้าหมายของต้นไม้ทุกต้นล้วนแต่เป็นผลิตผลแห่งความสุข ชีวิตใครชีวิตมันมีวิถีที่แตกต่างกันไป ต้องบำรุงรักษาและดูแลด้วยวิธีที่แตกต่างกัน

การรดน้ำซึ่งก็เป็นหนึ่งในวิธีบำรุงรักษา ถ้ารดมากไปดินก็เหลวอ่อนแอหรือไม่ก็รากเน่าล้มตายไปเสียในที่สุด เหมือนกับที่บางที่มีคนปลอบประโลมเราตลอด เวลามีปัญหาก็มีคนให้ปรึกษาไม่เคยขาด มันทำให้รากฐานของความอดทนเราไม่มั่นคงเพียงพอ ทำให้เราไม่ค่อยจะกล้าตัดสินใจอะไรเอง อ่อนแอและพ่ายแพ้ต่อพายุในที่สุด แต่ถ้าเราปล่อยดินให้แห้งกรังไร้น้ำหล่อเลี้ยงนานเกินไป เหมือนกับเราดันทุรังเองอยู่คนเดียว ทนรับทุกสรรพสิ่งไว้คนเดียว แบกโลกทั้งโลกเอาไว้ให้มันหนัก เรายังยืนหยัดอยู่ได้ก็จริง แต่สุดท้ายก็ตายทั้งเป็นไปโดยไม่มีผลิตผลแห่งความสุข

เราอาจจะต้องเดินทางสายกลางกระมัง รดน้ำบ้าง ใส่ปุ๋ยบ้าง และให้มันสัมผัสรสชาติที่แท้จริงของธรรมชาติเสียบ้าง เพื่อความสมบูรณ์แข็งแรงของกิ่งก้าน ราก ใบ ซึ่งเป็นทุกๆส่วนของชีวิต แล้วท้ายที่สุดเราก็อาจจะได้ผลิตผลแห่งความสุขที่เรารอคอย