<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss'><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777</id><updated>2009-02-23T04:12:17.208+07:00</updated><title type='text'>The Story of NoOne</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default?start-index=26&amp;max-results=25'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>32</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-8495467279504268471</id><published>2008-05-24T07:56:00.002+07:00</published><updated>2008-05-24T08:31:44.031+07:00</updated><title type='text'>ทะเลไร้คลื่น</title><content type='html'>การเดินทางของชีวิตก็อาจคล้ายกับการเดินเรือ ต้องผจญกับมรสุมคลื่นลมและอุปสรรคนานาประการ&lt;br /&gt;อุปสรรคที่บางครั้งทำเราบอบช้ำ ทำให้เราท้อแท้ และอยากยอมแพ้หลีกลี้หนีไปจากโลกใบนี้&lt;br /&gt;แต่ทว่า ทุกๆบาดแผลที่เราได้รับ เป็นบทเรียนที่ดีเสมอ&lt;br /&gt;และท่ามกลางคลื่นลมและผยันตรายเหล่านั้น  เราก็ได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมาย&lt;br /&gt;มันทำให้เราเข้มแข็งขึ้น  เติบโตขึ้น และสมบูรณ์ขึ้นในแบบของเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากชีวิตนั้นปราศจากอุปสรรค ก็คงไม่ต่างอะไรกับทะเลปราศจากคลื่นลม&lt;br /&gt;เรือของเราก็เคว้งคว้างเลื่อนลอย หยุดอยู่กับที่ ไม่ไปไหน&lt;br /&gt;ไม่มีการผจญภัย  ไม่มีบาดแผล ไม่มีแม้ความปรีดาหลังการฝ่าเอาชนะพายุโหม&lt;br /&gt;อยู่ไปนานๆ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าคุณค่าในการมีชีวิตนั้นน้อยลงทุกทีๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเคยอยู่ท่ามกลางพายุที่บ้าคลั่ง ฝ่าฟันและเรียนรู้กับสิ่งเหล่านั้นมาพอสมควร&lt;br /&gt;ในเวลานั้นผมแสวงหาทะเลอันราบเรียบ ไร้ลมฝนและผยันตราย&lt;br /&gt;แสวงหาที่ซึ่งผมจะดื่มด่ำกับความสงบเงียบได้อย่างเต็มที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่ทุกวันนี้ ผมล่องลอยอยู่ในทะเลที่มีคลื่นลมเพียงเล็กน้อย&lt;br /&gt;ผมกลับหวนไปคิดถึงอดีต อาลัยในพายุที่เคยสาดซัด&lt;br /&gt;อาลัยในบาดแผลและความบอบช้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเรามักไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่เสมอสินะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-8495467279504268471?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/8495467279504268471/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=8495467279504268471' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/8495467279504268471'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/8495467279504268471'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2008/05/blog-post.html' title='ทะเลไร้คลื่น'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-116532436685828983</id><published>2006-12-05T19:48:00.000+07:00</published><updated>2006-12-22T22:49:41.686+07:00</updated><title type='text'>รากฐานของความอดทน</title><content type='html'>บางครั้งก็คิดๆไปว่าความสามารถในการยืนหยัดของต้นไม้ก็คล้ายๆกับขีดจำกัดของความอดทน  บางต้นก็มีรากลึกมั่นคง แม้พายุจะโหมผ่านก็ยังคงหนักแน่นไม่ล้มเอนพ่ายแพ้   แต่บางต้นเพียงแค่มีลมแรงพัดผ่านก็ไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้เสียแล้ว     ซึ่งดูเหมือน "ราก" จะเป็นปัจจัยสำคัญอยู่เบื้องหลังความสามารถนี้ ด้วยเหตุที่รากนั้นแตกแขนงอยู่ภายใต้ผืนดิน ทำให้เรามองไม่เห็นและมักจะหลงลืมมันไป   กว่าจะนึกขึ้นได้ว่ามันสำคัญขนาดไหนก็เมื่อต้นไม้ล้มโค่นจนมองเห็นรากที่ขาดวิ่นจากผืนดินเสียแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รากของต้นไม้แต่ละต้นจะแข็งแรงคงทนต่างกันขึ้นอยู่กับพันธุ์ไม้ แต่ไม่ใช่มีเพียงแต่รากเท่านั้น สถานที่ปลูก และการบำรุงรักษาก็มีผลต่อการยืนหยัดอยู่ได้ไม่แพ้กัน   คงคล้ายกับคนที่มีพื้นฐานที่แตกต่างกันพบเจอสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไป  แต่ถึงจะแตกต่างเพียงไร แต่เป้าหมายของต้นไม้ทุกต้นล้วนแต่เป็นผลิตผลแห่งความสุข   ชีวิตใครชีวิตมันมีวิถีที่แตกต่างกันไป ต้องบำรุงรักษาและดูแลด้วยวิธีที่แตกต่างกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การรดน้ำซึ่งก็เป็นหนึ่งในวิธีบำรุงรักษา ถ้ารดมากไปดินก็เหลวอ่อนแอหรือไม่ก็รากเน่าล้มตายไปเสียในที่สุด  เหมือนกับที่บางที่มีคนปลอบประโลมเราตลอด เวลามีปัญหาก็มีคนให้ปรึกษาไม่เคยขาด  มันทำให้รากฐานของความอดทนเราไม่มั่นคงเพียงพอ  ทำให้เราไม่ค่อยจะกล้าตัดสินใจอะไรเอง อ่อนแอและพ่ายแพ้ต่อพายุในที่สุด   แต่ถ้าเราปล่อยดินให้แห้งกรังไร้น้ำหล่อเลี้ยงนานเกินไป  เหมือนกับเราดันทุรังเองอยู่คนเดียว ทนรับทุกสรรพสิ่งไว้คนเดียว แบกโลกทั้งโลกเอาไว้ให้มันหนัก  เรายังยืนหยัดอยู่ได้ก็จริง แต่สุดท้ายก็ตายทั้งเป็นไปโดยไม่มีผลิตผลแห่งความสุข &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราอาจจะต้องเดินทางสายกลางกระมัง  รดน้ำบ้าง ใส่ปุ๋ยบ้าง และให้มันสัมผัสรสชาติที่แท้จริงของธรรมชาติเสียบ้าง เพื่อความสมบูรณ์แข็งแรงของกิ่งก้าน ราก ใบ ซึ่งเป็นทุกๆส่วนของชีวิต แล้วท้ายที่สุดเราก็อาจจะได้ผลิตผลแห่งความสุขที่เรารอคอย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-116532436685828983?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/116532436685828983/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=116532436685828983' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/116532436685828983'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/116532436685828983'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2006/12/blog-post.html' title='รากฐานของความอดทน'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-116391776329205134</id><published>2006-11-19T12:36:00.000+07:00</published><updated>2006-11-27T18:17:39.470+07:00</updated><title type='text'>ระยะทางของเวลา</title><content type='html'>ระยะทางเป็นสิ่งที่ใช้บอกว่าจุดที่เรายืนอยู่นี้กับที่ซึ่งเรากำลังมุ่งหน้าไปมันอยู่ไกลกันสักแค่ไหน  ในแต่ละวันหลายๆคนก็จะต้องเดินทาง จะเดินเท้า  นั่งรถเมล์ รถไฟฟ้า เครื่องบิน หรือว่าขับรถไปก็แล้วแต่  แต่ละเส้นทางก็อาจจะมีระยะทางที่แตกต่างกันมองเห็นสิ่งต่างๆมากมายไม่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าวิธีไหนก็อาจพาเราไปถึงจุดหมายปลายทางได้&lt;br /&gt;ทุกๆครั้งที่เราจะไปยังเป้าหมายใดๆ เราก็มักจะมานั่งคิดว่าทางไหนมันใกล้กว่ากันนะ ทางไหนสะดวกและปลอดภัยกว่ากันนะ  ไม่มีใครอยากไปเจอหลุมเจอบ่อหรอก  แต่บางครั้งทางที่เราเลือกว่าดีที่สุดกลับถูกปิดซ่อมกลางทาง ทำให้เราต้องย้อนกลับเพื่อไปเลือกเส้นทางใหม่ หรือบางคนก็อาจดันทุรังไปตามเส้นทางนั้นจนถึงเป้าหมาย นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลวเสียหน่อย มันแค่ทำให้เราไปถึงจุดหมายปลายทางช้าไปสักนิด&lt;br /&gt;แต่สิ่งสำคัญก่อนการเดินทางก็คงจะเป็นเป้าหมาย หากเราไม่มีเป้าหมายแล้วเราจะไปถึงได้อย่างไร ถ้าเราเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย สักวันก็คงเหนื่อยและหมดแรงที่จะเดินต่อไป ถึงเวลานั้นถึงแม้เราอาจจะมีเป้าหมายแล้ว เราอาจจะไม่มีแรงเดินทางต่อไปอีกแล้วก็เป็นได้  สำหรับบางคนเป้าหมายปลายทางสุดท้ายที่เขาไปถึง อาจจะไม่ตรงกับที่เขาเคยตั้งเอาไว้ แต่ไม่ว่าจะเป็นปลายทางแบบไหน มันก็ได้ชื่อว่าปลายทางเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การใช้ชีวิตก็คงจะไม่แตกต่างกับการเดินทางมากนัก แค่เปลี่ยนจากระยะทางบนท้องถนนหรือเส้นทางต่างๆ ไปเป็น"ระยะทางของเวลา"  ถึงเราจะไม่รู้ว่ากลางทางจะได้พบเจออะไรบ้าง แต่เราก็ยังต้องเดินต่อไปสู่จุดหมายปลายทาง    แต่บางคนอาจจะผิดหวังกับปลายทางที่เขาไปถึง เพราะมันไม่ใช่อย่างที่หวัง บางคนก็สิ้นหวังและเลี่ยงไปเส้นทางอื่นก่อนที่จะเดินไปถึงด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ความสุขมันก็ไม่ได้อยู่ที่ปลายทางเสมอไปหรอกมั้ง  ระยะทางของเวลาที่ผ่านไปอาจจะเป็นระยะทางของความสุข ความสุขที่เราเก็บเกี่ยวได้ตลอดการเดินทาง   การได้มองอะไรข้างทางตลอดเวลาที่ผ่านไปในชีวิต ได้มองดูโลกหมุนไป มองดูผู้คนมากมายหลากหลายชีวิตกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน มันก็มีความสุขแล้ว   ส่วนเป้าหมายและความสำเร็จที่อยู่เบื้องหน้าเป็นแค่กำไรเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-116391776329205134?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/116391776329205134/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=116391776329205134' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/116391776329205134'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/116391776329205134'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2006/11/blog-post.html' title='ระยะทางของเวลา'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-112499289253623812</id><published>2005-08-26T00:31:00.000+07:00</published><updated>2005-08-26T01:01:33.696+07:00</updated><title type='text'>เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้</title><content type='html'>เรื่องราวของเมื่อวานถูกเรียกกันว่าอดีต  ไม่ว่ามันสวยงามหรือร้าวรานเพียงใด  ตะกอนของมันยังคงค้างคาในใจยากจะสลายไปจนหมด  เมื่อใดก็ตามที่ใครสักคนมาเขย่ามันซ้ำภาพเหล่านั้นจะหวนกลับมา  สะท้อนมุมมองของตัวเราที่เคยผ่านมา  เราอาจจะเรียกมันทั้งหมดรวมว่า "ความทรงจำ"&lt;br /&gt;เรื่องราวของวันพรุ่งนี้ถูกเรียกกันว่าอนาคต ไม่มีใครสามารถรู้ได้อย่างแน่ชัดว่ามันจะเป็นอย่างไร  มีแต่การคาดคะเนและตีความล่วงหน้า  บางคนกำลังรอคอย บางคนไม่อยากให้มาถึง มันอาจจะร้ายหรือดีก็ได้  มันอาจจะดีกว่าที่เราคิดหรือแย่กว่าที่เราคาด  สลับสับสนปนเปแตกต่างไปไม่เคยซ้ำ  แต่ในจินตนาการของเรา วันพรุ่งนี้คือ "ความฝัน" คือสิ่งที่เรารอคอยหรือเฝ้าฝันอยากให้มันเป็น  ไม่ว่าสุดท้ายมันอาจจะกลายเป็นฝันร้ายหรือฝันดีก็ตาม&lt;br /&gt;มีอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกเรียกกันว่าปัจจุบัน  สิ่งที่อยู่ตรงกลางระหว่างฟากฝั่งแห่งความทรงจำและความฝัน  มันอาจจะไม่น่าสนใจเท่าพรุ่งนี้และไม่น่าจดจำเท่าเมื่อวาน  แต่มันก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าฝันร้ายของวันพรุ่งนี้หรือความเจ็บปวดของเมื่อวาน  มันคือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด  รับรู้มองเห็นได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งมวลที่เรามีอยู่  ในขณะที่ความทรงจำกำลังจะจางหายและไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะมีหรือเปล่า   เราก็ต้องวนเวียนกับปัจจุบันและพยายามทำแต่ละวันให้ดีที่สุด  บางทีก็ไม่รู้ว่าดีที่สุดมันคืออะไร  เพราะ"ดี" ของแต่ละคนมันก็คงไม่เหมือนกันอีก  มันไม่ง่ายเลยที่จะอยู่ในปัจจุบันอย่างสมบูรณ์แบบ  &lt;br /&gt;แม้ทั้งสามเวลาจะแยกออกจากกันอย่างเด่นชัด  แต่มันก็ไม่สามารถมีอยู่โดยปราศจากกันและกันได้    เราอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะมีอดีตเป็นบทเรียนเป็นประสบการณ์และเป็นวัตถุดิบที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เรามีความฝันเป็นแรงใจเป็นความหวัง เป็นความสวยงามที่คอยฉายแสงอันเจิดจรัสนำทาง   แม้จะหลงบ้างก็หาทางกลับได้ไม่ยาก  ทั้งสามสิ่งหลอมกลืนรวมกันเป็นเนื้อเดียว  เป็นกาลเวลาที่ห่อหุ้มเราไว้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-112499289253623812?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/112499289253623812/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=112499289253623812' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/112499289253623812'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/112499289253623812'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/08/blog-post.html' title='เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-112318605705128636</id><published>2005-08-04T10:00:00.000+07:00</published><updated>2005-08-05T03:07:37.056+07:00</updated><title type='text'>CD กลิ้ง!!!!???</title><content type='html'>วันนี้เผอิญผมทำแผ่น CD ตก ด้านขอบของ CD กระทบกับพื้นและกลิ้งฉิวไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงอย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะลองเอามันมาทำเลียนแบบกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ทำไม่ได้ ถึงแม้ CD จะกลิ้งไปแต่ไม่มีครั้งใดที่มันรวดเร็วสวยงามตามอย่างความบังเอิญนั้น  เหมือนกับบางครั้งที่เราพยายามทำอะไรสักอย่างกี่ครั้งต่อกี่ครั้งมันก็ไม่ได้ผลตามเป้าหมาย แต่พอเราปล่อยวางไปกลับได้ชัยมาอย่างไม่ตั้งตัว  มันไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องรอดวงหรือรอวันของเราถึงจะเริ่มทำอะไรสักอย่างได้  แต่การเชื่อว่ามีวันที่ดีนั้นอยู่ทำให้เรายังมีพลัง มีความพยายาม และมีความหวังต่อไป  ความพยายามทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ว่าเราทำได้ถึงแค่ไหน แล้วอีกเท่าไรที่ต้องพึ่งโชคชะตา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-112318605705128636?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/112318605705128636/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=112318605705128636' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/112318605705128636'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/112318605705128636'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/08/cd.html' title='CD กลิ้ง!!!!???'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-112234796866433458</id><published>2005-07-26T09:18:00.000+07:00</published><updated>2005-07-26T10:19:28.683+07:00</updated><title type='text'>สิ่งที่ทำ กับ ความเข้าใจ</title><content type='html'>คนเราเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองทำมากน้อยแค่ไหนกันนะ  ถ้าการกระทำเหล่านั้นเป็นสิ่งที่กลั่นกรองออกมาจากความคิดหรือที่เค้าเรียกกันว่าคิดก่อนทำ เราก็คงจะเข้าใจมันพอสมควร แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่เราทำก่อนคิด    ดูเหมือนว่าเราต้องใช้เวลาหลังจากนั้นนานพอสมควรเพื่อที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งที่เราทำลงไป   การกระทำแบบนี้มันเหมือนออกมาจากเบื้องลึกของจิตใจจากส่วนไหนก็ไม่รู้อาจจะเป็นตัวตนของเราอีกคนที่ซ่อนอยู่ตัวตนที่แม้กระทั่งเราเองไม่รู้จัก เราจะเข้าใจมันได้มากน้อยแค่ไหนกัน มันผิดหรือเปล่าที่เราไม่เข้าใจ สำหรับผมแล้วการเข้าใจทุกๆเรื่องทุกๆการกระทำนั้นไม่ง่ายเลย บางเรื่องมันยากเหลือเกินที่จะเข้าใจ แม้เราพยายามคิดและหาเหตุผลเป็นร้อยพันมาบรรยายก็มิอาจคลายความสงสัยในการกระทำของตนเอง บางเรื่องมันก็เข้าใจได้ไม่ยาก แต่เราเองกลับไม่ยอมเข้าใจ เพราะเรื่องราวนั้นมันเป็นเหมือนหนามที่คอยย้ำซ้ำแผลเก่า ให้มันเน่าเฟะและเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง  มิใช่ว่าเราไม่ยอมเผชิญหน้ากับความจริง เราเพียงแต่รอให้แผลมันหายดีเสียก่อน&lt;br /&gt;เราต้องเข้าใจในทุกสิ่งที่เราทำหรือเปล่านะมันผิดไหม ... ที่บางครั้งเราไม่เข้าใจ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-112234796866433458?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/112234796866433458/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=112234796866433458' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/112234796866433458'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/112234796866433458'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/07/blog-post_26.html' title='สิ่งที่ทำ กับ ความเข้าใจ'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-112105608117153134</id><published>2005-07-11T10:46:00.000+07:00</published><updated>2005-07-11T11:28:01.176+07:00</updated><title type='text'>ความหวัง การคาดหวัง และความสิ้นหวัง</title><content type='html'>บางทีผมก็สงสัยว่าความหวังมันแตกต่างกับการคาดหวังตรงไหน ทั้งสองอย่างเป็นเหมือนสิ่งที่อยู่ควบคู่กันไปอย่างไม่อาจจะแยกออกจากกันได้  เรามักจะคาดหวังบางสิ่งไว้และหวังจะได้มันมา &lt;br /&gt;ผมเคยได้ยินคำพูดหนึ่งว่า "ถ้าเราคาดหวังให้น้อยลงเท่าไรเราก็จะผิดหวังน้อยลงเท่านั้น"  ดูเหมือนมันจะเป็นจริงอยู่ไม่น้อย  ทุกครั้งที่เราคาดหวัง เราต้องการผลปลายทางให้ได้ตามเป้าหมาย เมื่อเราไม่ได้ตามต้องการเราก็จะผิดหวังและรู้สึกแย่ๆกับมัน    และเหมือนกับว่าทุกๆครั้งที่รู้สึกแย่ ความหวังของเราก็ละลายหายไปทีละน้อย พอละลายหายไปบ่อยเข้าบางคนอาจถึงขั้นที่เรียกกันว่า "สิ้นหวัง"    มองจากมุมนี้มันเหมือนกับว่าความสิ้นหวังเกิดจากการคาดหวังที่มากเกินไป มากจนไม่สามารถทำให้ได้ถึงเป้าหมายแม้สักครั้ง    แต่มันไม่ง่ายเลยที่ห้ามการคาดหวังหรือควบคุมให้มันน้อยลงเพื่อลดอัตราเสี่ยงของการสิ้นหวัง  การคาดหวังมันอยู่ในกมลสันดานของความเป็นมนุษย์  ทุกครั้งที่เกิดความพยายามสำหรับสิ่งใดเหมือนกับว่าต้องมีสิ่งตอบแทนจากความพยายามนั้น  เราจะหยุดมันอย่างไร!!!&lt;br /&gt;ผมรู้สึกว่ามนุษย์อยู่ได้ด้วยความหวัง มนุษย์ที่สิ้นหวังก็ไม่ต่างอะไรกับร่างไร้วิญญาณ ไร้พลังจะเผชิญกับเรื่องราวต่างๆทั้งหลายบนโลก  แต่ถ้าสถานการณ์รอบตัวมันนำเราจนมาถึงจุดแห่งความสิ้นหวัง  เราจะเดินกลับออกไปอย่างไร  เราจะเรียกกำลังใจกลับมาและมีความหวังในชีวิตได้อีกครั้งหรือเปล่า   หรือทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจิตใจ  ความหวัง การคาดหวังและความสิ้นหวังเป็นเพียงสถานะหนึ่งของจิตใจ  ถ้าเป็นอย่างนั้นจะต้องทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยนสถานะแห่งความสิ้นหวังนี้เป็นจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวังอีกครั้งหนึ่ง  ... มันต้องทำยังไงนะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-112105608117153134?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/112105608117153134/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=112105608117153134' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/112105608117153134'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/112105608117153134'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/07/blog-post.html' title='ความหวัง การคาดหวัง และความสิ้นหวัง'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-111808237422371064</id><published>2005-06-06T11:59:00.000+07:00</published><updated>2005-06-07T09:26:00.220+07:00</updated><title type='text'>แรงดึงดูดแห่งโชคชะตา</title><content type='html'>&lt;p&gt;ในชีวิตผมพบเจอความบังเอิญและเรื่องราวที่ส่งผลกันอย่างน่าประหลาดใจอยู่บ่อยครั้ง เมื่อไม่นานมานี้ผมก็เพิ่งได้เขียนเกี่ยวกับความบังเอิญเช่นนี้ไว้ในหัวข้อ &lt;a href="http://jakapan.blogspot.com/2005/05/blog-post.html"&gt;"วันนี้เป็นผลของเมื่อวาน"&lt;/a&gt;  ทุกครั้งที่เจอสิ่งเหล่านั้นทำให้ผมยิ่งเชื่อในแรงดึงดูดแห่งโชคชะตาเหมือนที่ "Hirohiko Araki" เคยเขียนไว้ใน "Jojo" การ์ตูนของเขา วันนี้ผมกลับมาเขียนเรื่องทำนองนี้อีกครั้ง เพราะความบังเอิญที่ผมเคยพบเจอมาทั้งหมดไม่มีครั้งไหนที่น่าประหลาดใจเท่าครั้งนี้ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันนี้เวลาประมาณ 5 ทุ่มผมกำลังกลับจากการดูภาพยนตร์เรื่อง "มหา'ลัย เหมืองแร่" กับพี่ๆที่Lab ผมเดินกลับมาตามทางเดินปกติที่ผมเดินกลับทุกวัน มันเป็นเส้นทางที่ผมแทบจะหลับตาเดินได้แต่คงไม่คิดพิเรนทำจริง เมื่อเดินผ่านมาถึงตำหนักสระปทุมก็พบกับขบวนเสด็จฯของสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งก็เป็นเรื่องราวปกติที่เจออยู่บ่อยครั้ง ผมต้องยืนหยุดพักอยู่ในมุมของสะพานจนกระทั่งขบวนเสด็จฯได้เข้าสู่ตำหนักสระปทุมจนหมด แล้วเดินต่อไปตามทางเดินอันแสนคุ้นเคยจนกระทั่งถึงทางลงรถไฟฟ้าราชเทวี ก็มองเห็นฝรั่งผู้ชายหน้าตาออกไปทางชาวโปรตุเกสหรือไม่ก็สเปน ผมรู้สึกคุ้นหน้าเขาราวกับเป็นญาติโกโหติกาคนหนึ่ง เขาเดินลงมากับผู้หญิงเอเชียอีก 2 คนซึ่งผมไม่แน่ใจว่าใช่คนไทยหรือเปล่า  โอ้สวรรค์!!!ใครจะไปนึกว่าวันหนึ่งจะได้เจอกับ hero ในดวงใจในสถานที่แบบนี้ ชายผู้นั้นคือ Nuno Bettencourt มือกีตาร์ของวงดนตรีแนว Funky Metal ในดวงใจผม "Extreme" ที่แยกวงกันไปแล้วตั้งแต่ปี '96 ซึ่งถึงแม้จะแยกย้ายกันไป บทเพลงของพวกเขาอยู่ในใจผมเสมอมาพวกเขาคือวงดนตรีอันดับ 1 ในใจผม Nuno เป็นตำนานที่ยังมีชีวิตสำหรับผม  หลังจากสิ้นสติไปชั่วขณะผมชะงักครู่หนึ่งให้สติกลับคืนมาแล้วเดินเข้าไปทัก  Nuno ยื่นมือมาให้จับอย่างเป็นมิตร ผมได้คุยกับเขาเพียง 4-5 ประโยคเพราะเพื่อนเขากำลังรออยู่ ผมขอลายเซ็นไว้เป็นที่ระลึก ผมหยิบปากกาออกมาจากกระเป๋าและหากระดาษใกล้ตัว เท่าที่ผมพบและพอจะใช้เซ็นได้มีเพียง bill จากร้าน 7-11 ที่ได้จากการซื้อของกินยามดึกเมื่อคืน เขาเซ็นให้ผมพร้อมกับถามชื่อและเขียนชื่อผมลงไป ผมกล่าวขอบคุณแล้วเขาก็เดินขึ้น taxi จากไป เรื่องราวของผมจบเพียงเท่านี้แต่ความดีใจมันเหมือนจะไม่หมดสิ้น ความบังเอิญเช่นนี้มันช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกินถ้าผมเปลี่ยนอะไรสักอย่างผมก็จะไม่ได้เจอเขา ความน่าจะเป็นมันสักเท่าไรกันนะ ถ้าผมไม่ได้หิวกลางดึกเมื่อวานหรือขี้เกียจลงไปหาซื้ออะไรกินก็คงหากระดาษให้เขาเซ็นไม่ได้ ถ้าวันนี้ผมไม่ได้ดูหนังคงกลับถึงห้องตั้งแต่ 2 ทุ่ม หรือถ้าผมไม่ต้องหยุดรอขบวนเสด็จฯ ผมก็คงจะเดินถึงห้องแล้วในเวลานั้น แรงดึงดูดแห่งโชคชะตามันมีอยู่จริงๆ ผมสัมผัสได้ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ปล. พรุ่งนี้วันที่ 7 มิถุนายน เขามีแสดง concert ที่หอประชุม AUA ร่วมกับวงปัจจุบันของเขา Population 1 จะได้ไปดูมั้ยน้า บัตรก็ยังไม่มีเลยเนี่ย&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-111808237422371064?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/111808237422371064/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=111808237422371064' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111808237422371064'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111808237422371064'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/06/blog-post.html' title='แรงดึงดูดแห่งโชคชะตา'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-111775469282460479</id><published>2005-06-03T06:22:00.001+07:00</published><updated>2005-06-07T21:38:12.136+07:00</updated><title type='text'>จากอดีต 3</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;จาก 15/07/2545&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;-เราเคยคิดแต่ว่าคนที่ฉลาดล้ำเท่านั้นที่สามารถใช้ปัญญาพาตนหลุดพ้นจากปัญหาที่คนอื่นๆแก้ไม่ได้ แต่ถ้ามองในทางกลับกันคนที่โง่โดยสมบูรณ์แบบก็หลุดพ้นจากปัญหานั้นได้ เมื่อเขาไม่รู้จักว่าสิ่งนั้นคือปัญหาเขาก็เป็นอิสระจากมัน (with Rakk)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;จาก 19/07/2545&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;-ใช้ยางลบให้หมดเป็นเรื่องยาก ถ้ามันไม่หายไปซะก่อนก็ต้องบันดาลโทสะขว้างทิ้งไปก่อน เพราะว่าก้อนมันเหลือเล็กนิดเดียว ลบยาก!!!&lt;br /&gt;-แปลกนะคนเรา ชอบเปิดเครื่องปรับอากาศให้เย็นจัด เปิดพัดลมแรงๆ แต่นอนใส่เสื้อหนาๆและห่มผ้าห่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;จาก 17/12/2545&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;-คนทำสิ่งเดียวกัน บางคนคิดว่าตนถูกเสมอ บางคนคิดว่าตนผิดเสมอ แล้วเราจะหาความถูกผิดที่แท้จริงได้จากไหนกัน&lt;br /&gt;-หลายคนไม่เข้าใจความรัก ไม่รู้เหตุผลของมัน ไม่รู้ว่ามันจะนำไปที่ไหน ไม่รู้ใครเป็นคนพามา ไม่รู้ว่าใครจะมาพรากไป หนำซ้ำเมื่อยิ่งได้พบเจอโลกในแต่ละวันมากขึ้นเท่าไรทำให้เรายิ่งรู้สึกว่าเรารู้จักความรักน้อยลงทุกที แต่พวกเราก็ยังคงต้องการมันเพราะมันคือหนึ่งในพลังที่ผลักดันให้ชีวิตเราดำเนินไปได้&lt;br /&gt;-ของที่เราชอบอาจไม่เหมาะกับเราเลย ธรรมชาติชอบเล่นตลกแบบนี้เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;จาก 9/02/2546&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;-หลายคนประกาศตนว่ารักของเขาคือการให้ แต่เขาก็ยังต้องการความรักตอบแทนจากคนที่เขามอบรักให้ มันเป็นเช่นนั้นเอง&lt;br /&gt;-เป็นคนนอนได้ตั้งหลายท่า สัตว์บางชนิดนอนได้ไม่กี่ท่าเอง อย่างปลาทองนี่เลือกไม่ได้ด้วยซ้ำ ปิดตาไม่ได้อีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;จาก 19/06/2546&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;-อยู่คนเดียวก็เหงา อยู่กับคนมากๆก็วุ่นวาย ความพอดีมันอยู่ตรงไหนกัน&lt;br /&gt;-บางครั้งก็รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว บางวันก็รู้สึกว่าชักช้าเนิ่นนานเหลือเกิน มีสักวันไหมที่เวลาจะเดินตามใจต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;จาก 27/06/2546&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;-Nothing is the only one real thing.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;จาก 20/09/2547&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;-Everthing is Possible!!!&lt;br /&gt;-ผมเคยคิดว่าเวลาเรามีความสุขกับอะไรสักอย่าง อาจจะมีคนทุกข์อยู่ที่ไหนสักแห่ง เวลาผมเจอความทุกข์บ้างก็ต้องมีคนกำลังสุขอยู่แน่ๆ เหมือนว่ามันจะต้องสมดุล ทั้งสุขและทุกข์วิ่งเข้าออกชีวิตมากมายคละเคล้ากันไป มันทำให้เราไม่ประมาทกับสิ่งดีๆที่อาจจะมีสิ่งร้ายกาจแฝงอยู่ ใจเย็นลงเมื่อเกิดเรื่องร้ายเพราะมันต้องมีอะไรดีๆเกิดขึ้นบ้างเช่นกัน&lt;br /&gt;-บางเรื่องคนเราก็ลืมได้ง่าย แต่ถ้ามันเป็นแผลเป็นหรือมีรอยบอบช้ำหลงเหลืออยู่เราก็คงไม่มีทางลืม&lt;br /&gt;-แทนที่จะลืมบางสิ่ง เราน่าจะหันมาเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความทรงจำนั้นอย่างเป็นสุขอาจจะง่ายกว่า&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-111775469282460479?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/111775469282460479/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=111775469282460479' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111775469282460479'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111775469282460479'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/06/3.html' title='จากอดีต 3'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-111686956466260556</id><published>2005-05-23T12:30:00.000+07:00</published><updated>2005-05-24T00:32:44.676+07:00</updated><title type='text'>จากอดีต 2</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;จาก 8/7/2545&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;-เราสร้างข้ออ้างเพื่อหลีกให้พ้นจากความผิดหรือหลีกเลี่ยงจากบางสิ่งที่ไม่ต้องการ แต่บางครั้งมันย้อนกลับมาทำร้ายเราได้รุนแรงกว่าสิ่งที่เราเคยหนีมา ถึงแม้จะรู้เช่นนี้เราก็ยังคงสร้างข้ออ้างอยู่ไม่เว้นวัน&lt;br /&gt;-บางคนยินดีอยู่กับความลวงแม้เขาจะรู้ความจริง  เพราะอย่างน้อยมันก็ให้ความสุขเขาได้ในบางครั้ง&lt;br /&gt;-ของทุกชิ้นย่อมมีประโยชน์ สรรพสิ่งย่อมมีคุณค่าในตัวมันเองซึ่งมีลักษณะต่างกันออกไป   แค่เรายังไม่เคยเห็นคุณค่าของมันไม่ได้แปลว่ามันไม่มีสักหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;จาก 11/7/2545&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;-ความว้าวุ่นอาจเป็นผลจากทัศนียภาพรอบกาย ยามใดมีเพียงตะวันเจิดจ้าบนฟ้าใสทาบทาบนแผ่นน้ำอันเวิ้งว้างว่างเปล่ากว้างยาวออกไปอย่างไร้จุดหมาย ที่เห็นได้เป็นเพียงเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น   สิ่งนี้ทำให้ใจสงบนิ่งและเยือกเย็นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน   แต่ยามใดรอบกายคือตรึกสูงตระหง่านละลานตา  ผู้คนมากหน้าไปมาขวักไขว่  จะมองไปทางใดก็แน่นขนัดแออัดไปด้วยปัญหานานา   ใจเราก็พลอยว้าวุ่นคุกรุ่นไปตามสิ่งเหล่านั้น  แต่บางวันเรากลับนิ่งเฉยและเคยชินราวกับจิตนั้นโบกบินและหลุดพ้นออกไปไกลจากความวุ่นวายเหล่านี้สิ้น   จิตใจมันช่างซับซ้อนเสียนี่กระไร&lt;br /&gt;-เรากลัวหุบเหวเพราะมันสูงเสียจนมิรู้ได้ว่าภายใต้มันมีสิ่งใดรอคอยอยู่   ความมืดก็เช่นกันทำให้เรากลัวได้เพียงเราไม่รู้ว่ามีสิ่งใดแอบแฝงอยู่ในนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;จาก 14/7/2545&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;-การแก้ปัญหาเหมือนการเติมเครื่องปรุง ถ้าเราไม่ชิมเสียก่อนมันอาจจะแย่กว่าเก่าก็เป็นได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-111686956466260556?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/111686956466260556/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=111686956466260556' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111686956466260556'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111686956466260556'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/05/2.html' title='จากอดีต 2'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-111673544968348175</id><published>2005-05-22T11:00:00.000+07:00</published><updated>2005-05-23T22:58:01.643+07:00</updated><title type='text'>จากอดีต</title><content type='html'>&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 102, 255);"&gt;จาก 1/7/2545&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;-บางทีเวลาอยู่ในความมืดก็ดูน่ากลัว แต่มันทำให้เรารู้ว่าแสงสว่างมีค่ามากแค่ไหน&lt;br /&gt;-โลกมันสมดุลเสมอมีดีก็ต้องมีเลว ถ้ามันไม่มีความเลวเราจะรู้จักความดีได้อย่างไร&lt;br /&gt;-หลายคนอยากเป็นนกเพราะมันบินได้และมีอิสระ ทะยานไปได้ดั่งใจต้องการ แต่ถ้าอยู่สูงเกินไปตกลงมามันก็คงจะเจ็บกว่าเดินดินแล้วหกล้ม ถ้าอิสระเกินไปเราก็คงหลงทางเอาง่ายๆ แล้วแบบนี้อิสรภาพกับความสูงส่งมันดีจริงๆหรือเปล่านะ&lt;br /&gt;-หลายคนมักโทษโชคชะตาเสมอ เราร้องไห้และก่นด่าโชคชะตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในวันที่เลวร้าย ทำไมเราไม่มองเสียใหม่ว่าเปนเราเองที่มามัวนั่งเศร้าเราแค่เพิกเฉยแล้วปล่อยวางมันทิ้งไป คิดเสียว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่ความผิดของโชคชะตาเสียหน่อย กับเรื่องแค่นี้ถึงแม้มันจะทำได้ยาก แต่ก็คงไม่ยากนักที่จะพยายาม อย่างน้อยเราก็คงรู้สึกดีขึ้นแล้วโชคชะตาก็คงไม่น้อยใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 102, 255);"&gt;จาก 2/7/2545&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;-เรายืนอยู่บนเส้นด้าย ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตตัวเองจะสั้นยาวแค่ไหน อะไรที่เก็บไว้กับตัวเองเพียงคนเดียวมันก็สูญหายไปตลอดกาล ถ้าเราไม่อยากให้บางสิ่งสูญหาย เราคงต้องถ่ายทอดมันเอาไว้กับใครสักคน หรือทำมันด้วยตัวเองในช่วงเวลาที่ยังมีชีวิต (+ Rakk)&lt;br /&gt;-นม 1 กล่องเพิ่มขนาดแนวตั้งคนชอบ เพิ่มขนาดแนวนอนคนก็ชอบ คน 1 คนเพิ่มขนาดแนวตั้งคนชอบแต่ทำไมเพิ่มขนาดแนวนอนเค้าไม่ชอบกันหว่า อ๋อหรือเพราะคนไม่เหมือนกับกล่องนม&lt;br /&gt;-บางคนพยายามคุยกับแมวเท่าไรก็ไม่รู้เรื่องแล้วก็ไปด่าว่าแมวมันโง่ จริงๆมันอาจฉลาดกว่าเราฟังเราเข้าใจทุกอย่าง แต่มันเบื่อที่เราไม่ฉลาดพอที่จะฟังมันเข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 102, 255);"&gt;จาก 3/7/2545&lt;/span&gt;-เวลาไม่เคยรอใครจริงหรือ  บางทีมันอาจจะรอจนเบื่อแล้วก็ได้นะ&lt;br /&gt;-เราไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพราะมันเป็นบาป แล้วต้นไม้พืชผักล่ะ มันไม่มชีวิตจิตใจเหรอ  หรือแค่เพราะก่อนตายมันร้องไม่ได้ดิ้นไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold; color: rgb(51, 102, 255);"&gt;จาก 3/7/2545&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;-ประโยชน์ของความเกลียดชังคือมันช่วยฝึกความอดทนในกับคนที่เกลียดชังได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-111673544968348175?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/111673544968348175/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=111673544968348175' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111673544968348175'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111673544968348175'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/05/blog-post_22.html' title='จากอดีต'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-111673261406438373</id><published>2005-05-22T10:29:00.000+07:00</published><updated>2005-05-23T00:31:30.896+07:00</updated><title type='text'>วันนี้เป็นผลของเมื่อวาน</title><content type='html'>เรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละวินาทีล้วนแล้วแต่มีผลมาจากอดีต มันส่งผลให้เราได้พบเจอหรือได้ทำอะไรบางอย่าง ถ้าขาดองค์ประกอบไปสักตัวเราก็อาจพลาดไปได้ บางครั้งมันบังเอิญอย่างเหลือเชื่อ&lt;br /&gt;เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมไปพันทิพย์มาหลายครั้งมาก บ้างก็ซื้อของให้พี่เบน ไปช่วยนายนกดูของ หรือเอา Mainboard นกไปซ่อม น่าแปลกตรงที่ทุกครั้งที่มีเหตุให้ผมไปที่นั่นผมจะได้เจอคนรู้จักทุกครั้ง และน่าแปลกยิ่งกว่าที่โอกาสที่จะเจอกันได้มันแค่ช่วงเวลาไม่กี่วินาที ถ้าหากผมไม่แวะซื้อลูกชิ้นปิ้งกินผมก็จะเดินคลาดกับคนเหล่านั้น ถ้าผมไม่เจอและหยุดคุยกับคนกลุ่มนั้นผมก็จะไปถึงที่หมายเร็วเกินไปที่จะได้เจอคนอีกคนหนึ่ง และถ้า Mainboard นกไม่เสียหรือของที่ซื้อมามันใช้ได้โดยไม่ต้องเอาไปเปลี่ยนผมก็ไม่ได้กลับไปที่นั่นหลายๆครั้งและคงไม่ได้เจอเหตุการณเหล่านี้ หรือว่าทุกอย่างมันส่งผลแก่กัน ทุกสิ่งบนโลกมันถูกเชื่อมโยงกันไว้ด้วยอะไรสักอย่าง ทุกสิ่งส่งผลต่อกันมากบ้างน้อยบ้าง บางสิ่งที่เราไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวข้องกันได้กลับมีผลต่อกันอย่างน่าอัศจรรย์ สิ่งเหล่านี้เกี่ยวพันกันอย่างซับซ้อนในรูปแบบที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ แค่เราดีดนิ้วอาจจะทำให้อีกฝั่งของโลกหิมะถล่มก็ได้&lt;br /&gt;เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ส่งผลมาจากเมื่อวาน เราได้ทำและเป็นตัวเราอย่างทุกวันนี้ก็เกิดจากองค์ประกอบมากมายในหลายช่วงของชีวิตผสานผสมปนเปกันมา หากเราเปลี่ยนอะไรในชีวิตไปสักอย่างเราก็อาจจะพลาดอะไรอีกหลายอย่าง และอาจจะเจอสิ่งอื่นๆแทน บางสิ่งที่ดีมากๆในชีวิตอาจจะเป็นผลร้ายในอนาคตก็ได้ หรือถ้ามองกลับกัน วันเวลาที่แสนโหดร้ายที่เราพบเจออาจจะเป็นผลให้เกิดวันดีๆในอนาคตเช่นกัน เราไม่มีทางรู้ว่าระบบมันทำงานอย่างไรมันคงซับซ้อนเกินกว่ามนุษย์จะเข้าใจได้แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องรู้มันแค่มีชีวิตไปและทำอย่างที่เราทำได้ก็คงเพียงพอ ด้วยความขึ้นลงของกระแสคลื่นชีวิตที่มีทั้งวันที่ดีและร้ายสลับกันไป ทำให้เรามีความหวังมีความศรัทธาและโหยหาวันคืนที่ดี ทำให้เรายิ้มสู้ทั้งน้ำตาในวันที่แสนหดหู่ ทำให้เรามองดูความปวดร้าวในวันสมหวัง เหมือนทุกเหตุการณ์ช่วยเป็นพลังส่งให้ชีวิตเราก้าวเดินไปข้างหน้าทุกวัน เราคงได้แค่เพียงยินดีกับทุกวานวันที่เราได้เป็น และเป็นตัวเรา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-111673261406438373?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/111673261406438373/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=111673261406438373' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111673261406438373'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111673261406438373'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/05/blog-post.html' title='วันนี้เป็นผลของเมื่อวาน'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-111458927806459564</id><published>2005-04-27T10:43:00.000+07:00</published><updated>2005-04-30T13:45:59.170+07:00</updated><title type='text'>น้ำใจ</title><content type='html'>คุณมีน้ำใจหรือเปล่า&lt;br /&gt;น้ำใจเป็นอะไรที่ใครก็อยากได้และเฝ้าคอยว่าจะมีคนมาหยิบยื่นให้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าบางคนที่ต้องการน้ำใจกลับไม่เคยจะหยิบยื่นให้คนอื่นๆก่อนโดยไม่หวังผลตอบแทน หรือเขาต้องรอใครสักคนมาจุดประกายความศรัทธาในน้ำใสใจจริงในใจเสียก่อนจึงเริ่มคิดหยิบยื่นน้ำใจที่เที่ยงแท้ให้คนอื่นบ้าง &lt;br /&gt;คุณค่าของน้ำใจขึ้นอยู่กับผู้ให้และสถานการณ์ ถ้าเขาได้น้ำใจมาดับร้อนยามที่ไฟฟอนแห่งความเดือดร้อนแผดเผาใจกาย น้ำใจนั้นคงเป็นดั่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชุบชีวิตและเยียวยาให้ชีวิตเขาดำเนินต่อไปได้ มันคงมีค่ามากมายเกินคณานับ ถ้าน้ำใจนั้นได้มาจากคนแปลกหน้าผู้ผ่านมาแล้วผ่านไปมิหวังสิ่งใดตอบแทนก็ทำให้ประทับใจได้เช่นกันเพราะมันเหมือนย้ำความเชื่อในใจเราว่า ท่ามกลางสังคมอันมืดหม่นยังมีแสงสว่างเรื่อๆจากคนดีเหล่านี้อยู่ แต่น้ำใจจากคนแปลกหน้าอาจถูกมองในมุมกลับ บางคนอาจระแวงเพราะเขาคิดว่าไม่มีโลกที่สวยงามขนาดที่ใครสักคนจะหยิบยื่นน้ำใจให้ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งใด เขาคิดว่าคนเหล่านั้นต้องการสิ่งตอบแทนหรือไม่ก็มีประสงค์ร้าย มันก็อาจจะจริงแต่ก็ไม่เสมอไป บางคนอาจมีความสุขกับการได้ช่วยเหลือผู้อื่นและสิ่งที่เขาต้องการตอบแทนก็มีเพียงรอยยิ้มจากผู้รับเท่านั้น&lt;br /&gt;ผมก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่พยายามหยิบยื่นน้ำใจให้กับคนทุกคนเท่าที่ผมมีปัญญา "เท่านี้"ที่ผมทำได้ แต่ไอ้คำว่า"เท่านี้"ของผมมันคงน้อยไปสำหรับใครหลายๆคน เขาเหล่านั้นถึงตราหน้าผมว่า "คนแล้งน้ำใจ" หลายครั้งที่เขาพูดออกมาตรงๆ และอีกหลายครั้งที่เขาแสดงอาการที่ใครๆเห็นก็ต้องรู้ ผมไม่ใช่เทวดาที่สามารถนิรมิตรสรรพสิ่งให้ทั้งหญิงชายได้สมอารมณ์หมาย ผมมิใช่ผู้บรรลุธรรมชั้นสูงที่ตัดแล้วซึ่งกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง ผมคือคนธรรมดาที่บางครั้งก็แสดงสัญชาติญาณความเห็นแก่ตัวออกมาบ้าง สัญชาติญาณอันนี้มันเป็นเหมือนเงาตามตัวของมนุษย์เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางโลกและสังคมที่มีการแก่งแย่งแข่งขันไม่เว้นวัน บางครั้งเราควบคุมมันให้อยู่ในส่วนลึกและใช้ปัญญาตัดสินได้ แต่บางครั้งมันกลับโดดเด่นและทะยานอยู่เหนือเราจนเกิดกว่าจะต้านทานกำลังมันไหว ต้องปล่อยใจแพ้พ่ายและทำตามมันไปอย่างไร้ทางเลือก&lt;br /&gt;ยามที่มีคนมาขอความช่วยเหลือ ผมจะพยายามช่วยเขาให้ถึงที่สุด เท่าที่หนึ่งสมองและสองมือนี้พอจะทำได้ แต่ก็มีหลายครั้งที่ผมทำได้ แต่กลับปล่อยปละละเลยไป เมื่อมีคนบางคนผ่านมาเห็น ก็ทำสีหน้าแสยงต่อความแล้งน้ำใจของผมและช่วยคลายปัญหาของผู้มาขอความช่วยเหลือนั้นด้วยตัวเขาเอง และเมื่อร้อนคลายหายทุกข์คนที่ช่วยแก้ปัญหานั้นก็จะมองกลับมาที่ผมด้วยสายตาเย้ยหยันหมิ่นหยาม คุกคามส่วนที่จะพอมีมนุษยธรรมในใจผม สีหน้าและสายตาของเขาเป็นเหมือนเสียงตะโกนก้องในใจผมว่า "เราไม่ต้องพึ่งแกก็ได้ ไอ้คนแล้งน้ำใจ"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมก็เป็นได้แค่นี้ ไม่ใช่คนดีของใครๆสักเท่าไร ช่วยใครได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้หรือผมหมดแรงกายแรงใจก็ปล่อยวางเสีย&lt;br /&gt;"เท่านี้"แหละที่ผมทำได้ คงจะดีที่สุดแล้ว...รึเปล่านะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-111458927806459564?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/111458927806459564/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=111458927806459564' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111458927806459564'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111458927806459564'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/04/blog-post.html' title='น้ำใจ'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-111288309463678719</id><published>2005-04-07T21:06:00.000+07:00</published><updated>2005-04-11T09:23:27.363+07:00</updated><title type='text'>There can be miracles, when you believe.</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#3333ff;"&gt;&lt;strong&gt;หากคุณศรัทธา ปาฏิหาริย์จะเกิด&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ผมขอเล่าเรื่องราวของตัวเองเสียบ้าง เรื่องราวที่อยากจะบันทึกเก็บไว้ เรื่องราวที่ตอบคำถามหลายๆคำถามของผมเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6633ff;"&gt;วันอังคารที่ 5 เมษายน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;ผมกลับจากงานตอนเที่ยงเพื่อไปหาแม่และรอกลับไปบ้านที่สุราษฎร์ธานีมันเป็นสิ่งที่ต่างจากกิจวัตรตามปกติของผมพอสมควร ผมเดินทางกลับด้วยรถไฟที่ผมไม่ได้นั่งมานานมากแล้วนานเสียจนจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายมันเมื่อไรกัน ตลอดเส้นทางผมฟังเสียงเพลงที่รถไฟขับขานและคิดคำนึงถึงอะไรต่อมิอะไรรอบกายผมหลับไปจนตื่นยามเช้าที่ปลายทางสุราษฎร์ธานีและสัมผัสบรรยากาศบ้านเกิดที่ไม่ได้สัมผัสมาเป็นแรมปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6633ff;"&gt;เช้าวันนี้เป็นวันที่ 6 เมษายน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ผมก็ไม่ค่อยได้ทำอะไนัก ได้แต่ดูหนังและฟังเพลงไปเรื่อยเปื่อย ตอนเย็นก็ไปช้อปกับแม่เล็กน้อย ใจผมไม่ได้คิดถึงเรื่องที่จะเกิดในวันพรุ่งนี้แม้แต่น้อย พรุ่งนี้มีสิ่งสำคัญที่สุดที่ให้ผมต้องกลับมาบ้านเกิด มันคือการ "เกณฑ์ทหาร" นั่นเอง เจ้า"รักข์" เพื่อนผมมันก็ได้ใบดำไปเรียบร้อยแล้วพรุ่งนี้ก็ถึงทีผมบ้างล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;เช้าวันที่ 7 เมษายน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ผมตื่นมาและรอให้ "ชาย" เพื่อนสนิทตั้งกะเรียนมัธยมมารับ ผมก็อาบน้ำแต่งตัวและออกเดินทางไป ณที่สถานที่แห่งนั้น บรรยากาศมันก็เหมือนปีก่อนๆ ต่างกันเพียงปีนี้มันย้ายศาลามาอยู่ศาลาข้างๆของที่ใช้เมื่อปีที่แล้วและปีนี้ผมต้องมาสละสิทธิ์ผ่อนผัน ผมไม่ได้เป็นนิสิตอีกต่อไปแล้ว ถึงเวลาที่ผมจะต้องวัดดวงกับมัน ผมมีใบรับรองแพทย์มาด้วย ใบรับรองที่ยืนยันว่าโลกของผมขาดสีเขียวไปและมีสีแดงอยู่น้อยเหลือเกินแต่ใจหนึ่งผมก็คิดว่า มันอาจจะใช้ไม่ได้ ซึ่งมันก็จริงตามคาด เมื่อผมยื่นใบรับรองแพทย์ให้แพทย์ทหาร ณ ที่นั้นเค้าก็พูดว่า"ตาบอดสีก็ยิงปืนได้นี่"เออมันก็จริงของเค้าว่ะ แต่ก็แปลกดีที่ทำไมไม่ยอมให้คนตาบอดสีสมัครเข้าเป็นนายร้อย นายสิบ อะไรพวกนั้นล่ะ คิดว่าตาบอดสีเนี่ยมันสนุกนักเหรอ ขับรถก็ไม่ได้เพราะไม่มีใบขับขี่ (ยกเว้นจะเอามาด้วยวิธีนอกกฎหมาย) งานตั้งหลายงานที่เค้าไม่รับ อ๋อหรือเห็นใจว่าทำงานไม่ได้หลายอย่างเลยเอามาเป็นทหารเกณฑ์ซะงั้นแต่ผมคิดในใจว่าช่างมันเถอะ มาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องเดินหน้าต่อไป ช่วงก่อนเค้าเรียกไปรวมเพื่อจับฉลาก ผมนั่งคุยกับแม่ ในใจผมปลงไปกว่าครึ่งแล้ว แต่ใจแม่ตรงกันข้าม แม่อธิษฐานเพื่อไม่ให้ผมเป็นทหาร แม่คงจะเป็นห่วงผมรู้สึกได้ แม่ส่งแรงใจที่มีทั้งหมดเพื่อผมในวันนี้ ผมพูดในใจกับตัวเองว่า ถ้าผมรอดนี่แหละคือปาฏิหารย์ ชายซึ่งเรียนเภสัชกับเพื่อนอีกหลายคนที่เรียนแพทย์ รวมทั้งพวกที่เคยซิ่วและพวกเรียนต่อป.โท ยังคงผ่อนผันไปอีกปี ซึ่งสุดท้ายแล้วเหลือคนรู้จักกันที่ต้องจับฉลากก็มี "พงศ์" เพื่อนร่วมห้องอีกคนตอนม.ปลาย และ "พี่ก้อง" มือกีตาร์สุดเก๋า และแล้วก็ถึงเวลาทุกคนที่รอจับฉลากไปรวมกันบนศาลา โดยให้รอเรียกชื่อและจับฉลากทีละคน ช่วงครึ่งแรกนั้นผมยอมรับเลยว่าตื่นเต้นมาก แต่เมื่อคนเริ่มหายไปพร้อมกับความน่าจะเป็นที่แกว่งขึ้นแกว่งลงอย่างไม่อาจคาดเดาก็ทำให้ผมสงบลงได้ ผมมองมือของตัวเอง มือที่แม่ส่งแรงใจมาให้พร้อมกับนึกในใจว่าปาฏิหาริย์จะเกิดกัยผมมั้ยนะ น่าแปลกที่เมื่อใกล้ถึงคิวผมเข้ามาทุกที ผมก็เริ่มล่องลอยออกไปไกลเท่านั้น เหมือนกับว่าผมไม่มีตัวตนอยู่ ณ ที่นี้นี่อาจเป็นความกลัว หรือมันอาจเป็นการปลงก็ได้ ผมก็ไม่อาจวิเคราะห์สถานการณ์นั้นของตัวเอง แต่ทุกวินาทีที่ผ่านไปผมกลับเชื่อและศรัทธาในปาฏิหาริย์มากขึ้น ศรัทธาในตัวแม่ที่ส่งแรงใจมาให้อาจจะเป็นว่ายิ่งใกล้เข้ามาผมกลับยิ่งกลัวการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหากผมต้องไปเป็นทหาร มันไม่ได้น่ากลัวเลยผมแทบไม่กลัวแล้ว แต่มันเหมือนจิตใต้สำนึกของผมและสัญชาติญาณของผม มันยังเรียกร้องหาสิ่งมหัศจรรย์อยู่ พี่ก้องรอดไปแล้ว พงศ์ก็รอดไปอีกคน คิวผ่านมาเรื่อยๆจนถึงคนก่อนหน้าผม เค้าได้ใบแดงแฮะแต่วินาทีนั้นผมไม่รู้สึกตัวแล้ว ผมเดินออกไปหยิบอย่างร่างไร้วิญญาณมันล่องลอยเหลือเกินผมลืมไปหมดสิ้น มีเทคนิคที่ "รักข์" มันเคยแนะนำไว้ว่าให้หยิบใบที่ห่อไว้หลวมๆ อะไรเทือกนั้น แต่วินาทีที่ผมหยิบ มันเหลือเพียงคำว่า "ปาฏิหาริย์" แล้วผมตัดสินใจหยิบโดยไม่สนว่ามันจะแน่นหรือหลวมอะไรทั้งนั้นเรียกว่าวัดดวงกันไปเลย ส่งให้พิธีกร ผลคือ "ดำ" แฮะ แต่วินาทีนั้นผมยังไม่รู้สึกตัว ผมเดินตามที่เค้าชี้ๆ ปั๊มมือไปสองที แล้วออกมานอกศาลา เจอแม่ผมกะชายคุยกันอยู่ผมแทบจะร้องไห้ นี่หรือคือสิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์ ชะตากรรมผมคงต้องการบอกอะไรสักอย่าง มันคืออะไรกันนะ? ผมคงต้องค้นหาต่อไป หน้านี้ของชีวิตเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่มันเป็นวันหนึ่งที่ผมคงจำไปอีกนานแสนนาน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-111288309463678719?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/111288309463678719/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=111288309463678719' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111288309463678719'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111288309463678719'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/04/there-can-be-miracles-when-you-believe.html' title='There can be miracles, when you believe.'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-111206872808347174</id><published>2005-03-29T10:00:00.000+07:00</published><updated>2005-03-29T11:00:29.470+07:00</updated><title type='text'>เสี้ยวเล็กๆของเวลา</title><content type='html'>ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตมนุษย์ธรรมดาๆคนหนึ่งนั้นแสนจะเรียบง่ายเสียเหลือเ กิน แม้มีเหตุการณ์อันตื่นเต้น ระทึกใจ น่าหวาดกลัว หรือประทับใจผ่านเข้ามาบ้าง แต่มันก็มักเป็นเพียงเสี้ยวเวลาเล็กๆของชีวิตทั้งหมด ช่วงเวลาเหล่านั้นแม้จะสั้นเพียงใด มันมักจะถูกจดจำได้อย่างแม่นยำมากกว่ารายละเอียดปลีกย่อยในชีวิตประจำวันอัน แสนราบเรียบ แม้เวลาผ่านไปนานแสนนานมันก็ยากที่จะเลือนหายไปจากความทรงจำ ไม่ว่าเสี้ยวแห่งเวลาที่สำคัญเหล่านั้นมันจะเป็นสิ่งดีหรือร้าย แต่มันสามารถหันเหและชักนำเราได้ มันอาจจะเปลี่ยนความคิดและสร้างมุมมองใหม่ อาจจะเป็นสิ่งเตือนใจ และเป็นวัตถุดิบดีๆสำหรับชีวิตในวันข้างหน้า&lt;br /&gt;ถ้ามองอีกด้าน จะเห็นได้ว่าคนเรามักจะมองว่าช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นสั้นเสมอ ในขณะที่เสี้ยวเวลาแห่งความทุกข์และเจ็บปวดกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานกว ่าส่วนอื่นๆของชีวิตทั้งหมด ผมรู้สึกว่าบางทีถ้าเราเปิดใจยอมรับมัน หรือทำเป็นชินชากับความทุกข์เหล่านั้นและเฝ้าบอกตัวเองว่าอีกไม่นานมันก็ผ่า นไป จงอดทนเข้มแข็งไว้ มันก็คงพอจะช่วยให้ความทุกข์นั้นบรรเทาลงบ้าง ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ก็จะพลิกเป็นช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ของเรา เมื่อถึงช่วงแห่งความสุขเราก็จะมองกลับมาอย่างภาคภูมิใจว่า เราผ่านจุดนั้นมาได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ระเบิดหัวตัวเองทิ้งไปเสียก่อน แล้วเมื่อเราสุขก็ไม่กระหยิ่มยิ้มย่องและเพลินกับสุขเสียจนลืมว่ามันก็ผ่านม าและผ่านไปได้ง่ายๆเช่นกัน เหมือนกับว่าเราจะต้องวางตัวเป็นกลางทำตัวเป็นปกตให้เหมือนกับเมื่อเวลาชีวิ ตเราราบเรียบเป็นปกติ อย่าไปยินดียินร้ายกับสถานการณ์รอบการให้มาก แค่เพียงรับรู้ว่ามันมีตัวตน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปคงจะเพียงพอ เพราะคงไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้เท่าความไม่เที่ยงแท้เป็นแน่&lt;br /&gt;โลกใบนี้ก็อยู่ มานานแล้ว พบและเจอเหตุการณ์มากมายหลายหลาก สิ่งมีชีวิตทั้งหลายอย่างพวกเราก็เป็นส่วนหนึ่งของเวลาของโลก อาจเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของเวลา ไม่รู้ว่าโลกจะแตกสลายเมื่อใด แต่ในขณะที่มันยังคงอยู่นั้นมันก็ได้รองรับชีวิตและเรื่องราวมากมายของชีวิต เหล่านั้น สักวันพวกเราก็อาจจะหายไปกันหมดโลกใบนี้ก็อาจจะหายไปด้วยแต่ภาพความทรงจำของมวลชีวิตเหล่านี้ ก็อาจจะถูกจารึกไว้ในที่ใดสักแห่ง ที่สักวันจะมีใครค้นเจอและรับรู้ถึงความสวยงามที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-111206872808347174?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/111206872808347174/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=111206872808347174' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111206872808347174'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111206872808347174'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/03/blog-post_29.html' title='เสี้ยวเล็กๆของเวลา'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-111069138067374965</id><published>2005-03-13T11:56:00.000+07:00</published><updated>2005-03-13T12:23:00.676+07:00</updated><title type='text'>สรรพเสียงพริ้งเพราะเสนาะกรรณ</title><content type='html'>ผมไม่รู้ว่าตัวเองบ้าหรือเปล่า  สรรพเสียงรอบกายผมมันไพเราะไปหมด  ทุกหนแห่ง ทุกเวลา มันมีจังหวะและทำนองในตัวเอง  มีบ้าง ที่ผมอาจจะรู้สึกรำคาญเสียงบางเสียง แต่นั่นมันมักจะเป็นเพราะว่ามันดังเกินไป หรือมันอาจทำลายโสตประสาทของผมได้  ถ้าเราตั้งใจฟังเสียงรอบกายเราดีๆ มันเหมือนกับว่าโลกทั้งโลกกำลังคุยกับเราหรือกำลังบรรเลงเพลงให้เราฟัง เสียงรถ เสียงลม เสียงคนคุยกัน เสียงฝีเท้า ฯลฯ มันเกิดขึ้นพร้อมๆกัน มันเป็นอิสระในตัวของมันเอง  ผมไม่รู้หรอกว่ามันมีใครกำหนดไว้หรือเปล่า   ไม่รู้ว่ามันมีกฎอันเที่ยงแท้ที่สามารถอธิบายสรรพสิ่งเหล่านั้นได้หรือมันไร้ระเบียบและกฎอย่างสิ้นเชิง   ไม่เข้าใจว่าเสียงเหล่านั้นสื่ออะไร  ผมรู้แค่ว่าโลกใบนี้มันสวยงาม เสียงเหล่านั้นไพเราะก็แค่นั้น  อย่างน้อยมันทำให้ชีวิตที่ราบเรียบดูสวยงามเสมอ ทำให้วันคืนที่ว่างเปล่าถูกเติมเต็ม  ผมอาจจะไม่เข้าใจธรรมชาติและสรรพสิ่งอย่างถ่องแท้ อาจไม่เข้าใจและไม่รู้ว่าเราเกิดมาบนโลกนี้ทำไม รู้แต่เพียงว่าผมโชคดีที่ได้เกิดมา ได้ซึมซาบสำเนียงรอบกายเหล่านี้ผ่านโสตประสาทของผม แค่นี้ก็ถือเป็นความสุขยิ่งแล้วสำหรับผม&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-111069138067374965?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/111069138067374965/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=111069138067374965' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111069138067374965'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/111069138067374965'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/03/blog-post_13.html' title='สรรพเสียงพริ้งเพราะเสนาะกรรณ'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-110969730788412854</id><published>2005-03-02T00:00:00.000+07:00</published><updated>2005-03-03T05:11:44.806+07:00</updated><title type='text'>สัญชาติญาณการเอาตัวรอดกับความเห็นแก่ตัว</title><content type='html'>พอดีเมื่อวันอาทิตย์มดมันขนกันมาทำรังใน Mainboard คอมผม จะว่าตลกมันก็ตลกดี แต่พอจะขำก็ขำไม่ออกเหมือนกันแฮะเพราะมันเกือบพัง ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก&lt;br /&gt;คิดว่าเครื่องมันร้อนจัดเลยดับไป แต่หารู้ไม่เพราะมดเจ้ากรรมต่างหากล่ะที่รุมกันจนไฟช๊อตแล้วเครื่องดับไป เหมือนหนังสยองทำนองว่ากองทัพมดสยบจักรวาลอะไรเทือกนั้น พอไล่ไปหมดก็คิดว่ามันจะไปแล้ว หารู้ไม่สัก 5 ชม. ดันกลับมามะรุมมะตุ้มกันอีกรอบ ต้องมานั่งไล่กันระลอกที่สอง&lt;br /&gt;พอมาคิดถึงเรื่องนี้ทำให้ผมนึกสงสัยขึ้นมาว่าไอ้การรุกรานที่ของคนอื่นเนี่ยมันเป็นการเห็นแก่ตัวหรือเปล่า เจ้ามดฝูงนี้มันคงพยายามหาอาหารหาที่อยู่เพื่อให้มันมีชีวิตรอดไปวันๆโดยไม่รู้ว่ามันมาทำลายความเป็นส่วนตัว&lt;br /&gt;และทำความเดือดร้อนให้แก่เผ่าพันธุ์อื่นซึ่งในขณะนี้คือมนุษย์ คือผมนั่นเอง มันอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตามแต่&lt;br /&gt;ถ้ามองย้อนกลับไปมนุษย์นี่แหละที่รุกรานเผ่าพันธุ์อื่นๆอย่างไร้ปราณีโดยไม่แยแสว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร ยึดครอง ทำลายและเหมารวมว่าทุกที่ในโลกเป็นของตน เพราะมนุษย์คิดว่าตนคือเผ่าพันธุ์ที่ฉลาดและสมบูรณ์แบบที่สุด อย่าว่าแต่เพื่อนร่วมโลกต่างเผ่าพันธุ์เลย แม้เพียงเผ่าพันธุ์เดียวกันก็มีความขัดแย้งเข่นฆ่าและทำลายกันเอง โดยมักจะถือเสียว่าตนคือผู้ยิ่งใหญ่เพียงผู้เดียว และบอกกับตนเองว่าทั้งหมดนั่นเพื่อความอยู่รอด มันก็คงจริง แต่หลายคนเรียกสิ่งนี้ว่าความเห็นแก่ตัว บางคนมองว่าการเห็นความสำคัญของการมีชีวิตอยู่มันคือความเห็นแก่ตัว การเอาชีวิตรอดให้อยู่ได้ การหาทางออกทุกวิถีทางโดยไม่แยแสใครก็คือการเห็นแก่ตัว เหมือนสัญชาติญาณเบื้องลึกของเราทั้งมวลจะเป็นเช่นนั้น ธรรมชาติสอนให้สิ่งมีชีวิตทั้งมวลเอาตัวรอด สอนให้เห็นความสำคัญของการดำรงตนอยู่ต่อไป มันยากที่จะเปลี่ยนความคิดนั้น บางครั้งเราเลยเห็นแก่ตัวโดยไม่รู้ตัว เราพยายามต่อต้านสัญชาติญาณนี้โดยการสร้างรูปแบบให้สังคมเอื้ออารีต่อกัน ให้การอุ้มชูกันและกันเป็นเครื่องมือเหนี่ยวนำให้สังคมดำเนินไป มันเป็นรูปแบบที่สิ่งมีชีวิตที่เรียกตนเองว่าสัตว์ประเสริฐใช้ แต่พอสังคมมันเดิบโตจนมีระบบระเบียบของตัวเองจนต้องมีหารแข่งขันต่อสู้ภายในสังคม สัญชาติญาณเยี่ยงนี้ก็กลับมาใหม่ เหมือนมันถูกฝังอยู่ในเบื้องลึก ไม่ต้องมีใครสอน มันเกิดขึ้นได้ด้วยตัวของมันเอง ศาสนาทุกศาสนาก็ยังคงสอนให้เรารู้จักการให้ สอนให้ลดความตระหนี่เห็นแก่ตัว สิ่งนี้แหละที่คอยช่วยขัดเกลาให้เราทุกคนหลุดพ้นจากสัญชาติญาณอันแสนน่ารังเกียจนี้ ไม่ว่าเราจะเป็นชาติใดศาสนาใด แต่ก็นั่นแลเราไม่สามารถชักจูงได้ทุกคน ยังคงมีคนเชื่อถือและนับถือเงินตราและวัตถุเป็นพระเจ้า และปล่อยให้สัญชาติญาณเบื้องลึกของเราครอบงำ&lt;br /&gt;แต่ก็นั่นแหละแต่ละคนก็มีเหตุผลของเขา เราก็มีเหตุผลของเรา เบื้องหลังที่แตกต่างก็เลือกทางเลือกและกระทำในสิ่งที่ต่างเช่นกัน&lt;br /&gt;จะว่าไปถ้าจะไปว่ามดมันว่าเห็นแก่ตัวก็คงไม่ได้มันก็คงพบหนทางที่มีประโยชน์แก่มัน มันจึงไขว่คว้าไว้ ส่วนจะว่าผมเห็นแก่ตัวที่ไม่ยอมแบ่งที่ข้าง CPU ให้มันอยู่อาศัยมันก็กระไรอยู่ ผมก็มีเหตุผลของผม มดมันก็คงมีเหตุผลของมัน มันเป็นเช่นนั้นเอง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-110969730788412854?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/110969730788412854/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=110969730788412854' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110969730788412854'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110969730788412854'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/03/blog-post.html' title='สัญชาติญาณการเอาตัวรอดกับความเห็นแก่ตัว'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-110923648289946602</id><published>2005-02-24T16:00:00.000+07:00</published><updated>2005-02-24T16:14:42.900+07:00</updated><title type='text'>ฝั่งตรงข้าม</title><content type='html'>ผมมองว่าอะไรต่ออะไรมันมีฝั่งตรงข้ามไปหมดทุกอย่าง  มีขาวก็มีดำ  มีผอมก็มีอ้วน   มีทุกข์ก็มีสุข  มีสวรรค์ก็มีนรก  มีชายก็มีหญิง  สิ่งที่ตรงข้ามกันมีคละเคล้าปนกันอยู่ทุกๆที่ตลอดเวลา มันเป็นเหมือนสิ่งที่คู่กัน มีสิ่งหนึ่งก็ต้องมีอีกสิ่งด้วย   บางครั้งผมสงสัยว่าเราแยกแยะได้อย่างไรว่าสิ่งใดคือฝั่งตรงกันข้ามของสิ่งใด  ถ้าความแตกต่างนั้นสัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งมวลเราก็แยกได้อย่างง่ายดาย อาทิเราแยกได้ว่าร้อนตรงข้ามกับเย็น  เราแยกมืดกับสว่างได้  เพราะการสัมผัสเหล่านี้มันเป็นสองฟากฝั่งที่ชัดเจนแต่ถ้าการรับรสล่ะ มันมีหลายรูปแบบเหลือเกิน มีเค็ม มีหวาน มีขมเราไม่สามารถวัดว่าอะไรตรงข้ามกับอะไรได้ตรงๆ แต่เราสร้างสิ่งที่เรียกว่าความอร่อยเพื่อแยกมันเป็น 2 สิ่งที่ตรงข้ามกัน "อร่อย " กับ "ไม่อร่อย"    มันดูคล้ายกับการวัดการกระทำของใครสักคน ที่มีหลายรูปแบบมากจ นเราต้องสร้างมาตรฐานอันหนึ่งที่เป็นสองฝั่งเอาไว้ คือ "เลว" กับ "ดี"  แต่ก็เหมือนกับว่ามาตรฐานอันนี้ ไม่ได้เท่ากันและไม่ได้เหมือนกันสำหรับคนแต่ละคน  บางคนว่าอาหารจานนี้อร่อยคนคนนี้ดี แต่สำหรับอีกคนอาหารนี้อาจจะแย่และคนดีคนนั้นอาจจะเป็นคนเลวก็ได้   บางทีคนๆเดียวกันเมื่อเวลาผ่านไปเมื่อได้เจอสิ่งต่างๆมากขึ้นเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นก็อาจพลิกผันความคิดไปในทางตรงกันข้ามได้  หรืออาจขึ้นอยู่กับว่าเขาตัดสินใครเขารู้จักกับสิ่งที่เขาตัดสินมากน้อยแค่ไหน   ขนาดคนๆเดียวกันยังมีเส้นแบ่งที่ไม่แน่นอนแบบนี้จะไปเอาแน่เอานอนกับคนมากมายได้อย่างไร ถึงบางเรื่องคนส่วนใหญ่จะเห็นตรงกันหมด หรือเห็นไปในทางเดียวกันหมด ก็ดูเหมือนเส้นแบ่งของสองฟากฝั่งนั้นยังไม่ชัดเจนนัก  จึงเกิดเป็นข้อถกเถียงและการต่อสู้กันเกิดขึ้นเพื่อหาข้อยุติ  แล้วใครจะชนะกันล่ะ คนที่ฝีปากเก่งกว่า? คนที่มีพวกมากกว่า?  เราก็ไม่อาจรู้ได้  หลายต่อหลายครั้งที่เส้นแบ่งของคนส่วนน้อยถูกลบทิ้งไปอย่างไร้ใยดี ความเห็นของพวกเขาสาปสูญ พวกเขาเหมือนไม่มีตัวตนเพียงเพราะมองต่างออกไป   แต่มันคงเป็นสิ่งที่ดีและง่ายที่สุดแล้วกระมัง  เมื่อคนส่วนมากมองว่ามันยุติธรรม มองว่ามันถูกต้อง มันก็จะเป็นเยี่ยงนั้น  เมื่อสังคมเปลี่ยนไปเส้นแบ่งเหล่านั้นก็ถูกเลื่อนไปด้วย  อย่างไรก็ตามเมื่อมีเส้นแบ่งนี้ เราเคยถามตัวเองไหมว่าเราอยู่ฝั่งไหนกัน ไม่แน่ว่าในขณะที่เราคิดว่าเราอยู่ในฝั่งดีแล้วแต่สังคมอาจมองว่าเราอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-110923648289946602?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/110923648289946602/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=110923648289946602' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110923648289946602'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110923648289946602'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/02/blog-post_24.html' title='ฝั่งตรงข้าม'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-110757206367240601</id><published>2005-02-05T09:38:00.000+07:00</published><updated>2005-02-05T09:54:23.683+07:00</updated><title type='text'>แด่อันดามัน</title><content type='html'>"อันดามันคือสวรรค์บนแดนดิน &lt;br /&gt;ทรายกรวดหินเป็นประกายไม้พริ้วไหว&lt;br /&gt;แผ่นน้ำงามแผ่นฟ้าครามประทับใจ&lt;br /&gt;ชื่นกลิ่นไอใหลหลงอันดามัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันหนึ่งฟ้าใสไร้เมฆมัว&lt;br /&gt;เหตุน่ากลัวกล้ำกรายไม่คาดฝัน&lt;br /&gt;คลื่นใหญ่ยักษ์ถาโถมเข้าโรมรัน&lt;br /&gt;โอ้สวรรค์อันดามันพลันวอดวาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตึกบ้านเรือนเลือนมลายหายนะ&lt;br /&gt;คนมากมายวายชีวะบ้างสูญหาย&lt;br /&gt;คนบาดเจ็บกลาดเกลื่อนเรือนหมื่นราย&lt;br /&gt;หยาดน้ำตาหลั่งเป็นสายทั่วแดนดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนสิ้นหวังทุกข์ใจไร้จุดหมาย&lt;br /&gt;แรงใจกายหายไปพร้อมกระแสสินธุ์&lt;br /&gt;บ้านเคยอยู่อู่เคยนอนเคยทำกิน&lt;br /&gt;สลายสิ้นแสนสลดรันทดใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แล้วธารน้ำใจก็ไหลหลาก&lt;br /&gt;บริจาคเงินทองและของใช้&lt;br /&gt;ทุกหย่อมหญ้าลงแรงกายรวมแรงใจ&lt;br /&gt;ช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยใจจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำลังใจจากมวลชนคืนความหวัง&lt;br /&gt;สร้างพลังแก่เพื่อนพ้องทั้งชายหญิง&lt;br /&gt;แม้สูญสินสิ้นทรัพย์ไร้ที่พิง&lt;br /&gt;ญาติมิตรทิ้งลาจากไปไม่กลับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตราบชีวิตแลวิญญาณ์ยังมิสิ้น&lt;br /&gt;จงโผผินบินสู้ไปคล้ายปักษา&lt;br /&gt;ใจแกร่งสู้คู่แรงกายไม่สร่างซา&lt;br /&gt;เพื่อวันหน้าฟ้างามใสดังใจปอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วาโย&lt;br /&gt;มกราคม 2548"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-110757206367240601?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/110757206367240601/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=110757206367240601' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110757206367240601'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110757206367240601'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/02/blog-post_05.html' title='แด่อันดามัน'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-110757044376268161</id><published>2005-02-05T09:08:00.000+07:00</published><updated>2005-04-11T09:22:36.956+07:00</updated><title type='text'>คลื่นชีวิต : บทกวีที่หายไปจากความทรงจำ</title><content type='html'>วันนี้แม่ส่งกลอนที่ผมแต่งนานมาแล้วมาให้ แม่เจอมันในเศษกระดาษใบหนึ่ง&lt;br /&gt;เขียนไว้ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"คลื่นที่ซัดลัดเซาะเลาะแนวหิน&lt;br /&gt;เป็นอาจิณย้ำไปไม่ห่างหาย&lt;br /&gt;ทั้งใหญ่น้อยซัดเส้นมิเว้นวาย&lt;br /&gt;ริมหาดทรายสลับซ้ำย้ำอารมณ์&lt;br /&gt;กลางนทีคลื่นแรงแฝงคลุ้มคลั่ง&lt;br /&gt;มิอาจยั้งหยุดได้ให้พอสม&lt;br /&gt;เรื่อลำน้อยแน่แท้แปรตามลม&lt;br /&gt;รู้ว่าล่มก็ยังแล่นอย่างแคลนคลอน&lt;br /&gt;คลื่นนทีโหมกระหน่ำซ้ำบ้าคลั่ง&lt;br /&gt;ก็เปรียบดังหลายเหตุการณ์ผ่านมาสอน&lt;br /&gt;จงดูเถิดมนุษย์เจ้าเราขอวอน&lt;br /&gt;ทุกบทตอนสอนให้จำย้ำเตือนเรา&lt;br /&gt;ในนาวาเปรียบมนุษย์ดุจเรือน้อย&lt;br /&gt;หากท้อถอยต่อปัญหาพาโง่เขลา&lt;br /&gt;ไม่ตรึกคิดก็ดุจจิตสู่วัยเยาว์&lt;br /&gt;มัวนั่งเศร้าทิ้งความจริงทุกสิ่งอัน&lt;br /&gt;หากเป็นคนจงสู้สุดกู่ก้อง&lt;br /&gt;เรื่องทั้งผองสู้ได้ไม่หลีกหัน&lt;br /&gt;ดังเรือน้อยลอยท้าคลื่นทุกคืนวัน&lt;br /&gt;แล้วสักวันจะถึงฝั่งที่ตั้งรอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จาก วาโย&lt;br /&gt;แด่ คนทั้งโลก&lt;br /&gt;1996"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผ่านมาประมาณ 9 ปีแล้ว ผมไม่รู้ว่าตัวผมเองคิดอะไรตอนแต่ง ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยแต่งกลอนบทนี้&lt;br /&gt;&lt;span style="FONT-WEIGHT: bold; COLOR: rgb(255,0,0)"&gt;ขอบคุณแม่มากครับ&lt;/span&gt;ที่ช่วยกู้ความทรงจำส่วนเล็กๆที่หายไปของผมคืนมา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-110757044376268161?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/110757044376268161/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=110757044376268161' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110757044376268161'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110757044376268161'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/02/blog-post.html' title='คลื่นชีวิต : บทกวีที่หายไปจากความทรงจำ'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-110663027941774802</id><published>2005-01-25T11:55:00.000+07:00</published><updated>2005-02-24T15:11:04.733+07:00</updated><title type='text'>แสวงหาตนเอง</title><content type='html'>ทุกๆวันเราสามารถสัมผัสตัวเอง ได้ยินเสียงตัวเอง แม้กระทั่งเห็นภาพกลับด้านของตัวเองในกระจกเงา แต่การรับรู้เหล่านั้นก็ไม่สามารถทำให้เราค้นพบตัวเองได้ มันอยู่ที่ไหนกันนะสิ่งที่เป็นตัวเรา เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งไหนเหมาะสมที่สุดสำหรับเรา บางครั้งผมคิดว่าสิ่งที่เราถนัดที่สุดคงเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับเราที่สุด แต่ถ้าเราไม่มีความสุขในการทำสิ่งนั้นมันจะเรียกว่าเหมาะสมกับเราได้หรือเปล่า และถ้าเราพยายามมีความสุขกับมันเราจะรักมันขึ้นมาจริงๆหรือเปล่า หรือเป็นแค่การหลอกตัวเองให้ไม่ระทมทุกข์กับสิ่งที่ต้องทนอยู่ร่ำไปไร้วันลาจากมีเพียงสิ่งเดียวที่พรากมันไปได้คือความตายอันมิรู้กำหนด แต่บางครั้งผมก็คิดว่าการทำในสิ่งที่รักคงจะเหมาะสมกับเราที่สุดแต่ถ้าเราทำมันออกมาแล้วไม่ดีเราจะผิดหวังกับตัวเองมากยิ่งขึ้นไปหรือเปล่าแล้วเมื่อเราผิดหวังกับมันเราจะเลิกรักมันหรือเปล่า หรือเรายังรักมันอยู่เพียงแต่อยากจะเฝ้าดูเท่านั้นไม่อยากที่จะกลับไปลงมือทำอีก ไม่รู้ว่าการค้นหาตัวเองให้เจอมันสำคัญหรือเปล่าบางคนก็เฝ้าตามหาและไขว่คว้ามันเหมือนกับผม บางคนก็พบแล้วโดยไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาพบเจอนั่นคือตัวเขาที่แท้จริงหรือไม่เขาเพียงมองว่ามันเหมาะสมกับเขา ณ เวลานั้น ดูเหมือนสิ่งเหล่านี้จะอยู่ที่ใจเราทั้งสิ้น สำหรับผมก็ได้แต่คิดว่าเราต้องลองทำทุกสิ่งไปเรื่อยๆ ให้มากที่สุด จนถึงสักวันเราคงจะพบกับคำตอบนี้ และถึงแม้ตราบจนสิ้นชีวิตยังไม่พบกับคำตอบ ก็เป็นการดีอย่างน้อยก็ได้มีโอกาสแสวงหา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-110663027941774802?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/110663027941774802/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=110663027941774802' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110663027941774802'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110663027941774802'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/01/blog-post_25.html' title='แสวงหาตนเอง'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-110543144058282822</id><published>2005-01-11T14:30:00.000+07:00</published><updated>2005-01-11T15:31:29.413+07:00</updated><title type='text'>เทพยดากับปีศาจ</title><content type='html'>ถ้ามองให้ดีทุกคนมีทั้งด้านมืดและด้านสว่างอยู่ ต่างกันเพียงแต่ว่าด้านไหนของเขาที่จะแสดงเด่นออกมาให้ผู้คนเห็น ถ้าคนทั่วไปมองเห็นเขาแค่เพียงด้านสว่างเขาก็ไม่ต่างอะไรจากเทวดาเดินดินของคนเหล่านั้น แต่ถ้าคนทั่วไปมองเห็นเพียงแต่ด้านมืดเขาผู้นั้นก็จะเป็นปีศาจในสายตาผู้คน บางครั้งคนที่เป็นเทวดาเดินดินเหล่านั้นต้องพยายามปิดบังด้านมืดของตนเพียงเพราะเขาต้องการรักษาสถานะแห่งเทพยดาเอาไว้ เพราะมนุษย์รอบกายเขาคงจะไม่ยินดีหากรู้ว่าเทพยดาของพวกเขานั้นมีตราบาปหรือด้านมืดแฝงอยู่ มนุษย์ทั่วไปมักจะลืมความดีของเทพยดาเหล่านั้นหมดสิ้นเพียงเพราะได้รับรู้เรื่องราวจากด้านมืดมาเพียงเล็กน้อย บาปเพียงครั้งก็เหมือนจะทำให้ความดีอันมากมายสญสลายไปหมด เขาผิดหรือที่มีดีและมีเลวปะปนกันเยี่ยงคนธรรมดา มันถูกแล้วหรือที่เขาถูกตัดสินให้กลับกลายเป็นปีศาจเพียงเพราะความผิดเพียงหนึ่งครั้ง&lt;br /&gt;ถ้ามองไปที่ปีศาจ ความจริงแล้วพวกเขาก็ทำความดีไว้แก่โลกใบนี้เลยไม่น้อยแต่คงไม่มีใครจดจำ ก็มนุษย์พวกนี้อีกนั่นแหละที่จำแต่เรื่องเลวร้ายที่เขาทำ การเป็นปีศาจก็ไม่ได้เป็นได้ง่ายเลย มันต้องอดทนที่จะเป็นตัวเองและทนต่อการเกลียดชังจากมนุษย์มากมาย บางครั้งยามพวกเขาทำความดีก็ถูกมองในแง่ลบว่าสร้างภาพหรือทำเพื่อหวังผลประโยชน์อันใดสักอย่าง ดูเหมือนการเป็นมนุษย์ธรรมดาสามัญนั้นจะง่ายที่สุด แต่มันก็ไม่ง่ายเช่นกัน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าความพอดีมันอยู่ตรงไหน แบบใดที่ไม่ได้เป็นเทวดามากเกินไปและไม่ได้เป็นปีศาจ ไม่มีอะไรง่ายสักอย่าง ที่เราทำได้ก็คือพยายามเป็นตัวเองให้มากที่สุดและโอนอ่อนตามสังคมไปบ้างในบางเวลา ทำได้เท่านี้เราคงอยู่รอดได้ในสังคมนี้ได้&lt;br /&gt;สำหรับคนที่เป็นเทวดาอยู่ทุกวันนี้ก็จงเผื่อใจไว้ว่าอาจมีสักวันที่เขาอาจจะกลายเป็นปีศาจในสายตาผู้คน คนที่กลายเป็นปีศาจไปเสียแล้วก็จงปลงกับคำติฉินนินทาเหล่านั้น มนุษย์ก็เป็นเช่นนี้เอง ยามมองว่าเป็นเทวดาก็รักเสียจนไม่ลืมหูลืมตา ใครด่าว่าก็แก้ตัวให้ ยามพลิกผันเปลี่ยนรูปเป็นปีศาจในสายตาก็สาปแช่งและมองทุกอย่างในแง่ร้าย เราทำอะไรไม่ได้หรอกยิ่งแก้ตัวก็เหมือนยิ่งผิด    ปล่อยให้โลกเป็นไปตามทางของมันและควบคุมชีวิตของเราไปตามครรลองนั้นเป็นพอ เพราะเรานั่นแหละรู้ตัวเราเองดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-110543144058282822?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/110543144058282822/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=110543144058282822' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110543144058282822'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110543144058282822'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/01/blog-post_11.html' title='เทพยดากับปีศาจ'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-110526333683133414</id><published>2005-01-09T16:28:00.000+07:00</published><updated>2005-01-25T11:49:24.516+07:00</updated><title type='text'>Gallery Created</title><content type='html'>Today,&lt;br /&gt;I've Created &lt;a href="http://www.spymac.com/gallery/show_memberpics.php?memberid=642818"&gt;My Gallery&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;and &lt;a href="http://miragez.spymac.net/blog"&gt;My Poem&lt;/a&gt;.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-110526333683133414?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/110526333683133414/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=110526333683133414' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110526333683133414'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110526333683133414'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/01/gallery-created.html' title='Gallery Created'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-110512983788420691</id><published>2005-01-08T03:00:00.000+07:00</published><updated>2005-01-08T03:34:25.663+07:00</updated><title type='text'>ความขัดแย้งในตัวตน : ปัญญากับสัญชาติญาณ</title><content type='html'>ในตัวตนของคนทุกคนมีความขัดแย้งในตัวเองอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเราคิดหรือตัดสินใจอะไรบางอย่างด้วยการวิเคราะห์ที่รอบคอบแล้วแต่ก็มีความคิดขัดกับความคิดเริ่มแรกเราอย่างสิ้นเชิง แวบเข้ามา ซึ่งก็มีเหตุผลดีไม่แพ้ความคิดแรกเสียด้วย แล้วเราจะเลือกทางไหนดี&lt;br /&gt;บางทีความขัดแย้งนี้มันอาจจะเป็นผลมาจากความเชื่อของเรา ถ้าเราเชื่ออะไรสักอย่างแบบสุดโต่งไร้ข้อกังขา การตัดสินใจของเราอาจเป็นไปในทางเดียวแบบไร้ความลังเลก็เป็นได้ แล้วความคิดเกี่ยวกับเรื่องอะไรสักอย่างก็คงไร้ข้อโต้แย้งภายในจิตใจเราเองอย่างสิ้นเชิง แต่จะมีคนแบบนั้นในโลกหรือเปล่า คนที่เชื่อในสิ่งที่เขาเชื่ออย่างเต็มร้อย ผมว่าคงไม่มีหรอก เพราะโลกนี้มันไม่มีอะไรแน่นอนสักอย่าง มนุษย์เรียนรู้ความไม่แน่นอนนี้จากทุกสิ่งรอบตัว อะไรที่ว่าแน่ก็มีโอกาสพลิกผันได้เสมอแม้ว่าความน่าจะเป็นนั้นจะน้อยสักเพียงใด แล้วเมื่อเป็นอย่างนี้เราจะมีความคิดไปในทางเดียวได้อย่างไร นี่กระมังเหตุผลที่ความน่าจะเป็นที่น้อยนิดนั้นมันชักจูงให้เราไขว้เขวได้เสมอ&lt;br /&gt;ผมมองว่าในการตัดสินใจอะไรสักอย่างมันมักจะมีหนทาง 2 แบบที่เป็นคู่ขนานกันนั่นคือหนทางจากการคิดไตร่ตรองและหนทางจากสัญชาติญาณ สัญชาติญาณกับปัญญาของมนุษย์อาจไปด้วยกันได้สวยในหลายๆเรื่อง สังคมมนุษย์จึงเจริญเติบโตยิ่งใหญ่กว่าสัตว์ใดในโลกจนทุกวันนี้ แต่ในบางครั้งสัญชาติญาณอันนี้ก็ขัดกับความคิดของมนุษย์ แล้วเมื่อถึงเวลานั้นปัญหาคือเราจะเชื่อสิ่งใด มนุษย์ส่วนมากเชื่อในการตัดสินใจด้วยการคิดไตร่ตรองเสมอ นั่นเพราะปัญญาคือสมบัติอันล้ำค่าของมนุษย์ มันคือสิ่งที่บ่งบองความแตกต่างของมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มนุษย์รู้สึกว่าตนเป็นผู้ชนะและอยู่เหนือธรรมชาติด้วยปัญญาและเทคโนโลยีมากมายที่คอยรับใช้ตนอยู่อย่างทุกวันนี้ แต่บางครั้งการเชื่อในปัญญาก็ไม่ได้นำพาไปสู่เป้าหมาย และที่สำคัญบางครั้งการเชื่อในสัญชาติญาณกลับได้ผลดีกว่า แม้สิ่งที่สัญชาติญาณคิดบางครั้งมันจะเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากนัก แต่มันก็มักเกิดขึ้นอยู่ร่ำไป เหมือนมีใครบางคนแกล้งให้เป็น เหมือนจักรวาลกำลังเล่นตลกกับเรา คล้ายกับเป็นคำถามให้เราตอบกันว่าเราเอาชนะธรรมชาติได้จริงหรือ หรือว่าธรรมชาติทำให้เรารู้สึกไปเองว่าเราทำได้แล้วคอยเล่นตลกกับเราอยู่เป็นนิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-110512983788420691?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/110512983788420691/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=110512983788420691' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110512983788420691'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110512983788420691'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2005/01/blog-post.html' title='ความขัดแย้งในตัวตน : ปัญญากับสัญชาติญาณ'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9259777.post-110414779248598424</id><published>2004-12-27T18:42:00.001+07:00</published><updated>2004-12-28T00:38:40.056+07:00</updated><title type='text'>ไม่มีใครล่วงรู้วันพรุ่งนี้</title><content type='html'>วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม 2547 เมื่อวานเกิดคลื่นยักษ์ซัดเข้าฝั่งทางด้านทะเลอันดามัน ตอนใต้ของไทยและอีกหลายประเทศในแถบนี้ เกิดความเสียหายเป็นอันมาก&lt;br /&gt;ผู้คนมากมายล้มตาย สูญหาย หรือไม่ก็บาดเจ็บ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของหายนะอันเฉียบพลันเยี่ยงนี้ มันเกิดขึ้นเสมอโดยเราไม่ทันตั้งตัว&lt;br /&gt;ครั้งนี้มันไม่ใช่ฝันร้ายแต่มันคือความจริงอันโหดร้ายของใครหลายคน เราไม่มีทางรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร พรุ่งนี้เราจะสูญเสียใครสักคนที่เรารักไปหรือเปล่า แม้กระทั่งตัวของเราเองก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าเราจะจากโลกใบนี้ไปเมื่อใด ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนสักอย่าง ทุกอย่างมันมีความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งเหล่านี้เหมือนคอยเตือนเราว่าจะทำสิ่งใดให้รีบทำ เวลาของมนุษย์ในโลกนี้มันสั้นนัก ที่สำคัญธรรมชาติให้เวลาแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่สุดท้ายแล้วทุกคนก็ต้องจากไปเหมือนกันหมด ไม่มีใครฝืนสิ่งนี้ได้ แม้โลกนี้มันจะสวยงามหรือโหดร้ายอย่างไรก็ตาม เราก็ไม่มีทางอยู่ค้ำฟ้า ถ้ามองในแง่ดีคือเราไม่ต้องทนทุกข์กับโลกอันวุ่นวายนี้ชั่วนิรันดร์ ต้องมีสักวันที่เราหลุดพ้นจากมันไป&lt;br /&gt;สำหรับคนที่ยังอยู่มันก็ต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง เราไม่ได้อยู่เพียงเพื่อเสียใจกับการจากไปของเขาเหล่านั้นเพียงอย่างเดียวเป็นแน่ ธรรมชาติคงมีเหตุผลในการมีชีวิตต่อไปของเรา เราจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด ใช้ชีวิตในแบบของเราอย่างเต็มที่ และทำประโยชน์แก่โลกบ้างตามวิสัย&lt;br /&gt;ท้ายที่สุดเราหวังแต่เพียงว่าผู้จากไปจะพบกับสิ่งที่ดี เราไม่รู้เช่นกันว่าโลกหน้าเป็นอย่างไรกันแน่ โลกหน้าที่แต่ละคนวาดฝันไว้ก็คงแตกต่างกันไป ขอให้พวกเขาเหล่านั้นได้พบความสุขอันเขาได้ฝันใฝ่ และอยู่ในโลกหน้าในแบบที่เขาต้องการด้วยเถอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9259777-110414779248598424?l=jakapan.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://jakapan.blogspot.com/feeds/110414779248598424/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=9259777&amp;postID=110414779248598424' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110414779248598424'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9259777/posts/default/110414779248598424'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://jakapan.blogspot.com/2004/12/blog-post_27.html' title='ไม่มีใครล่วงรู้วันพรุ่งนี้'/><author><name>Miragez</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01257629185177318821</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='08951767469564780324'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry></feed>